ข้อระวัง! อย่าให้เกิดกับกล้องหรือเลนส์คุณ
MR.D2H
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้แนะนำการเลือกเลนส์แบบเบื้องต้นไปแล้วนะครับ เป็นไงกันบ้างครับ คงได้รู้เรื่องเลนส์กันมากยิ่งขึ้นนะครับ ที่นี้ผู้ที่มีเลนส์หรือกำลังมองหาควรระวังให้ดีนะครับ สิ่งที่ผมจะมาเตือนในวันนี้ถือว่าสำคัญมาก ในการเก็บรักษากล้องและเลนส์อยู่กับนานๆ กับเราครับ
ข้อระวังที่จะเตือนอันดับแรกคือ อย่าทำหล่น หรือกระแทกครับ ถือเป็นเบื้องต้นและต้องระวังมากที่สุดเลยครับ เพราะความเสียหายจะถือว่ารุนแรงมากครับ และอีกอย่างคือ หายครับอันนี้จะไม่มีข้อแก้ไขอะไรได้เลยครับ เบื้องต้นของข้อระวังหลักๆคือ ที่ผมได้กล่าวไปนะครับ
ที่นี้มาเข้าเรื่องการป้องกันและหลีกเลี่ยงปัญหาจำพวกข้อระวังดังนี้ครับ
- เลนส์มีฝุ่น
- เลนส์เป็นรอย
- เลนส์มีไอน้ำเกาะ
- เลนส์ขึ้นฝ้า
- เลนส์ขึ้นรา
นี้คือ5ข้อที่ต้องระมัดระวังไว้ด้วยนะครับ เพราะถ้าเกิดขึ้นกับเลนส์คุณอาจทำให้เลนส์คุณภาพของคุณคุณภาพด้อยไปได้ใน ทันทีครับ
มาเริ่มที่ข้อ1.เลนส์มีฝุ่นครับ ข้อนี้ผมขอบอกก่อนเลยครับ ว่ามีโอกาสเกิดมากกว่าข้ออื่นครับ เพราะเลนส์สามารถซูมเข้าออกได้และมีการหมุนเคลื่อนอยู่ตลอดเวลาในการใช้ครับ โอกาสจึงเกิดได้มากที่สุด บางท่านอาจสงสัยว่าฝุ่นเข้ากล้องได้อย่างไร ฝุ่นเข้าไปในเลนส์ได้เพราะเลนส์เลนส์เป็นกระบอกแบบสูญญาณกาศ เวลาซูมก็จะดูฝุ่นเข้าไปไปได้ครับ ซึ่งถ้าฝุ่นเข้าไปได้ จะจับบริเวณเลนส์เป็นเม็ดเล็กๆครับ วิธีสังเกตว่ามีฝุ่นติดตรงไหนตรงชิ้นเลนส์ทำได้ง่ายๆครับ คือนำเลนส์ส่องขึ้นที่หลอดไฟครับ และลองดูครับ ถ้ามีจะเห็นได้ชัดเลยครับ ผลกระทบจากฝุ่นคือทำให้ความคมชัดของภาพลดลงครับ และมีแสงแฟลร์หรือฟุ้งได้ง่ายเวลาถ่ายภาพครับ วิธีการแก้ไขคือ ต้องส่งให้ทางศูนย์ล้างหรือเป่าออกให้ครับ
การป้องกันคือ ไม่ควรเอาเลนส์ออกมาตากลมโดยไม่จำเป็น เวลาออกไปถ่ายภาพ ควรเก็บเลนส์ที่ยังไม่ได้ใช้งานเอาไว้ในกระเป๋ากล้องและปิดกระเป๋าให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปภายในโดยไม่จำเป็น และถ้าต้องนำเลนส์ออกมาใช้ในที่มีฝุ่นมาก มีลมพัดแรง มีโอกาสที่ฝุ่นจะเข้าได้มาก ควรหาผ้าหรือวัสดุคลุมเลนส์เอาไว้ โผล่มาเฉพาะหน้าเลนส์ และปิดฝ้าครอบเลนส์เอาไว้เมื่อไม่ได้ใช้งาน ควรเช็ดกระบอกเลนส์บ่อย ๆ หลังจากเสร็จงาน และเก็บเลนส์ไว้ในที่ไม่มีฝุ่นมากนักครับ
ข้อที่2. เลนส์เป็นรอย ข้อสำคัญของข้อนี้คือ จะเป็นรอยขีดขวนบนเลนส์ทั้งด้านหน้า และด้านหลังครับ ผลกระทบที่เกิดจากรอยขีดขวนบนเลนส์ ความคมชัดของเลนส์จะลดน้อยลงครับ และเมื่อถ่ายภาพย้อนแสง แสงจะเป็นเส้นๆ แต่ไม่มีทิศทางที่แน่นอนครับ
สาเหตุ ที่ทำให้เกิดรอยขีดขวนคือ เก็บรักษาเลนส์ไม่ดีครับ และที่สำคัญไม่ควรนำน้ำยามาเช็ดที่หน้าเลนส์บ่อยๆครับ เพราะจะทำให้สารที่เคลือบตรงหน้าเลนส์หายไปได้ครับ ถ้าสารที่เคลือบหายไปจะเกิดผลกระทบกับเลนส์คือ อาจทำให้สีผิดเพี้ยนได้ครับ และอาจทำให้เกิดรอยขีดขวนได้ง่ายขึ้นครับ ควรใช้ผ้านุ่มๆที่ไม่มีขน อาทิเช่น ผ้าเนื้อไมโครไฟเบอร์หรือผ้านาโนไฟเบอร์ จะช่วยในการเช็ดให้สะอาด และดีกว่าครับ ไม่ควรเช็ดเลนส์แรงจนเกินไป และ ทั่สำคัญควรใช้ลูกยางเป่าลมเป่าให้สะอาดก่อนเช็ดนะครับ เพื่อเป็นการช่วยป้องกันเผื่อมีฝุ่นแบบแข็งติดอยู่จะได้ไม่ไปทำให้เกิดรอย ขีดขวนที่หน้าเลนส์ครับ ส่วนการเก็บรักษาควรวางเลนส์ในกระเป๋ากล้องโดยเอาฝาครอบเลนส์ปิดหน้าเลนส์ และท้ายเลนส์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระแทกกับ ชิ้นเลนส์ ครับ
เทคนิคที่สำคัญของการซักผ้าเช็ดกล้องคือ ซักด้วยน้ำเปล่า หรือแชมพูเด็ก ซักให้สะอาดนะครับ และตากไว้ในที่ไม่มีฝุ่นและไม่มีลมพัด ครับผึ่งให้แห้งแล้วก็นำกลับมาใช้อีกครับ
ข้อที่3. เลนส์มีไอน้ำเกาะ เหตุการณ์นี้เวลามองที่เลนส์ จะเห็นฝ้าสีขาวมีลักษณะเป็นหยดน้ำเกาะอยู่ครับ ผลจากการถ่ายภาพจะเห็นภาพสีออกซอฟท์ไม่คมชัด ดูแสงฟุ้งๆเบลอทั้งภาพ
สาเหตุที่ทำให้เกิดการ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิกระทันหันจากเย็นเป็นร้อนชื้น ทำให้ไอน้ำในอากาศเกาะที่ผิวหน้าเลนส์ เช่น เก็บกล้องเอาไว้ในรถที่เปิดแอร์จนเย็นมาก พอออกจารถก็นำกล้องออกมาใช้งานเลย เมื่อไอน้ำในอากาศสัมผัสกับเลนส์ซึ่งเย็นมากจึงกลายเป็นหยดน้ำเกาะที่เลนส์ครับ
การแก้ไขเบื้องต้นนะครับ คือปล่อยเลนส์ไว้ที่อุณหภูมิปกติ เมื่อเลนส์ร้อนขึ้น ไอน้ำจะหายไปเอง ถ้าหากมีไอน้ำค้างอยู่ในเลนส์ ให้ลองเอาเลนส์ใส่ภาชนะปิดสนิท ซื้อซิลิก้าเจลใส่เข้าไป จะช่วยดูดความชื้นออกจากภายในเลนส์ได้ ในกรณีถ้าทำยังไงไอน้ำก็ไม่หาย ต้องส่งศูนย์ซ่อม
การป้องกันไอน้ำในเลนส์จะเกิดได้ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนอุณหภูมิกระทันหันจากที่ เย็นกว่าไปร้อนชื้นกว่า หากรู้ว่าต้องนำกล้องออกไปใช้งานในลักษณะที่ร้อนชื้น ให้ปรับอุณหภูมิของเลนส์เอาไว้ก่อน เช่น กล้องอยู่ในรถที่เปิดแอร์เย็น ข้างนอกฝนตกปรอย ๆ หากนำกล้องออกมาใช้งานมันมีจะเกิดฝ้าแน่นอน ให้เอากล้องเก็บไว้ท้ายรถ หรือเอากระเป๋ากล้องออกมาข้างนอกสักพัก ให้กล้องปรับอุณหภูมิให้เท่าภายนอกเสียก่อนจึงค่อยเอากล้องออกมาใช้งานเวลา ที่มีการเปลี่ยนอุณหภูมิ ตอนที่เอากล้องออกจากกระเป๋ากล้อง ห้ามเปิดฝาครอบกล้องและเลนส์ออกทันที ให้ลองดูว่า มีไอน้ำจับกระบอกเลนส์หรือไม่ ถ้ามีให้เก็บกล้องเอาไว้ในกระเป๋าสักพักก่อน ถ้าเปิดฝาครอบจะเกิดไอน้ำจับหน้าเลนส์ทันที
ข้อที่4. เลนส์ขึ้นฝ้า ลักษณะของอาการคือ เป็นเส้นๆ คล้ายรากไม้แบบแผ่นกระจายทั่วผิวเลนส์ บางครั้งก็เป็นจุดขาวๆ เหมือนมีม่านขาวบางๆ อยู่ภายในเลนส์ หรือคล้ายกับหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่ในเลนส์เต็มไปหมด ผลจากการถ่ายภาพคือ ภาพขาดความคมชัด สีสันไม่อิ่มตัว มีแสงฟุ้งกระจายเมื่อถ่ายภาพย้อนแสง คล้ายๆกับการถ่ายภาพผ่านหมอกครับ
สาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากสารเชื่อมชิ้นเลนส์ ระหว่างBody และชิ้นเลนส์ครับ ซึ่ง ในการเชื่อมชิ้นเลนส์นูนกับเลนส์เว้าเข้าด้วยกันเกิดการเสื่อมสภาพ เปลี่ยนจากใสเป็นขาวขุ่น ทำให้เกิดฝ้าขึ้นภายในเลนส์ หรือบางครั้งก็เกิดจากสารเชื่อมชิ้นเลนส์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นเลนส์แบบ Hybridge Aspherical เกิดการเสื่อมสภาพ บางครั้งก็อาจจะเกิดจากน้ำมันที่ใช้ หล่อลื่นกลไกภายในเลนส์มีคุณภาพต่ำ ทำให้น้ำมันระเหยมาเกาะที่ผิวหน้าเลนส์
วิธีการป้องกันสารเชื่อมชิ้นเลนส์จะใช้สารที่มีชื่อว่า Cananda Balsm หรือ สารอื่น ๆ ที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงซึ่งต้องมีความใส ไม่มีสี มีดัชนีหักเหเท่ากับชิ้นแก้วที่ใช้ทำเลนส์ สามารถเชื่อมติดเลนส์เข้าด้วยกัน และมีความทนทานสูง แต่สารเชื่อมชิ้นเลนส์จะลายตัวได้เมื่อพบกับความร้อนและความชื้นสูง ซึ่งเป็นลักษณะของสภาพอากาศในเมืองไทย เลนส์บางยี่ห้อจึงขึ้นฝ้าอยู่เรื่อยๆ การป้องกันที่สามารถทำได้คือ หลีกเลี่ยงความร้อนและความชื้นที่ไม่จำเป็น ไม่ตั้งกล้องตากแดดเอาไว้โดยที่ยังไม่ได้ถ่ายภาพ ควรเก็บกล้องในที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ร้อน ไม่เก็บกล้องไว้ในรถที่จอดจากแดดเป็นเวลานาน ไม่เก็บกล้องเอาไว้ในกระเป๋ากล้องที่ปิดสนิท เพราะจะเกิดการอับชื้นได้ง่าย
ในกรณีที่เลนส์มีอาการติดเชื้อราขึ้น วิธีแก้ไขคือถ้าเป็นที่สารเชื่อมชิ้นเลนส์ หรือชิ้นเลนส์เสื่อมสภาพ ต้องส่งซ่อม เปลี่ยนชิ้นเลนส์ใหม่ แต่ถ้าเป็นไอน้ำมันสามารถล้างได้
ข้อที่5. เลนส์ขึ้นรา จะเป็นเส้น ๆ คล้าย ๆ รากไม้แผ่กระจายไปทั่วผิวเลนส์ บางครั้งก็เป็นจุดขาว ๆ ตรงกลางและมีเส้นแผ่กระจายออกจากจุด ผลจากการถ่ายภาพทำให้ภาพขาดความคมชัด มีแสงฟุ้งกระจายครับ
สาเหตุส่วนใหญ่เชื้อราที่เกิดขึ้นภายในเลนส์เกิดจากเชื้อราที่กระจายอยู่ในอากาศ เข้าไปภายในเลนส์ ซึ่งเลนส์ที่ใช้กับอุปกรณ์ถ่ายภาพเกือบทั้งหมดจะเป็นระบบเปิด อากาศสามารถเข้าออกได้ ซึ่งเชื้อราก็สามารถเข้าออกได้เช่นกัน เลนส์ทุกตัวที่ผลิตออกมาจากโรงงาน เมื่อนำมาใช้งานจึงมีเชื้อราอยู่ภายในเสมอ เมื่อเชื้อราได้รับความชื้นปริมาณมาก และอุณหภูมิที่เหมาะสมก็จะสามารถเจริญเติบโตขึ้นได้ครับ
วิธีการป้องกันไม่ควรเก็บเลนส์ไว้ในที่อับชื้น และร้อนเป็นเวลานาน สภาพร้อนชื้นจะทำให้เชื้อราสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี เมื่อนำเลนส์ไปใช้ในที่ชื้น ควรเอาพัดลมเป่าไล่ความชื้นหลังจากใช้งานเสร็จแล้ว ไม่ควรเก็บเลนส์ไว้ในกระเป๋ากล้องที่ปิดสนิท ในตู้เสื้อฝ้า หรือตู้ในห้องที่อับชื้น ห้องที่ปิดและมีห้องน้ำอยู่ภายในจะมีความชื้นสูงมาก ไม่ควรเก็บกล้องและเลนส์เอาไว้ในห้องลักษณะนี้
วิธีในการแก้ไข ส่งเลนส์ล้างหากปล่อยไว้นานเชื้อราจะกินเข้าไปในเนื้อแก้ว ทำให้เลนส์เสียหายไปอย่างถาวร หากเห็นว่าเลนส์มีรา ให้รีบส่งล้างทันที ไม่ต้องกลัวว่าเลนส์จะไม่เหมือนเดิม เช่น กลัวว่าโค้ทจะหลุด หรือประกอบเลนส์ไม่เหมือนเดิม โค้ทเลนส์ในปัจจุบันทีความทนทานแข็งแรงมาก การล้างเลนส์ด้วยน้ำยาสำหรับทำความสะอาดเลนส์เพียงไม่กี่ครั้งไม่ทำให้ คุณภาพของสารเคลือบเลนส์ด้อยลง เชื้อราที่เกิดขึ้นเป็นอันตรายมากกว่าการล้างเลนส์มาก ส่วนเรื่องการประกอบเลนส์ เลนส์แต่ละชิ้นจะมีตำแหน่งที่ตายตัว หากช่างซ่อมได้มาตรฐาน ไม่เผลอเลอจริง ๆ สามารถประกอบเลนส์กลับเข้าที่เดิมได้ 100% และ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานจะมีระบบการตรวจเช็คเลนส์หลังจากประกอบเลนส์กลับเข้าไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่น่ากังวลใจในเรื่องการซ่อมเลนส์มากเกินไปนัก
ในทุกกรณีถ้าเป็นสินค้าที่ซื้อกับทาง www.digital2home.com หรือ ทางสาขา เราบริการส่งศูนย์ตรวจเช็คและแก้ไขให้ครับ โดยคิดค่าบริการจากความเป็นจริงไม่มีการชาร์จเพิ่มแต่อย่างใดครับ อย่าลืมนำใบรับประกันมาด้วยนะครับ
สำหรับบทความในวันนี้ก็อยากให้คุณรักษาเลนส์และกล้องให้อยู่กับเราไปนานๆนะครับ หากมีข้อสงสัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะครับ ที่กระทู้เว็ปบอร์ดของเราได้ครับ กระผม MR.D2H ยินดีตอบทุกคำถามครับ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนนะครับ กลับมาพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้านะครับ สวัสดีครับ



















