ฝึกถ่ายรูปอย่างมืออาชีพ กับ Mr.D2H (ตอน Shutter speed)
สวัสดีครับ ก็กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับ เป็นไงกันบ้างครับกับการถ่ายรูป หรือใช้กล้องในสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ ถ้ามีปัญหาใดสงสัยก็ส่งกระทู้มาถามได้เลยนะครับ ผมจะตอบให้เลยครับ สำหรับสัปดาห์นี้นะครับอาจจะยากขึ้นสักหน่อยนะครับ เกี่ยวกับการถ่ายเพราะผมจะบอกเคล็ดลับการสร้างภาพแบบมืออาชีพให้มากขึ้นกว่าเดิมแล้วครับ กล้องที่ต้องใช้จะต้องเป็นกล้องที่สามารถปรับแมนนวลหรือ โหมด M ได้นั้นเองครับ แต่เราคงยังไม่พูดถึงในระดับนั้นครับ เพราะถือว่าต้องเข้าใจแล้วชำนาญครับถึงจะเข้าใจแล้วใช้ได้เต็มรูปแบบครับ งั้นเรามารู้จักโหมดในการฝึกเบื้องต้นก่อนจะไปถึงโหมด ครับ จะได้เข้าใจกันมากขึ้นและง่ายขึ้นครับ
สำหรับอาทิตย์นี้มารู้จักโหมด S หรือ TV กันดีก่อนนะครับ โหมด S หรือ TV ไว้ทำอะไร บ้างท่านที่มีกล้องแต่ยังไม่เคยที่จะคิดปรับไปโหมดอื่นเลยครับ ยกเว้น Auto ถ้าได้อ่านบทความนี้น่าจะปรับเป็นและเข้าใจเทคนิคการสร้างภาพมากขึ้นครับ อย่างแรกรู้ก่อนครับว่าโหมด S คือ ระบบถ่ายภาพแบบช่องรับแสงอัตโนมัติ (Shutter Priority) โหมดนี้เครื่องจะวัดแสงให้ครับ ถ้าอยู่ในโหมด M เราจะต้องวัดแสง กับควบคุมความเร็วชัตเตอร์ เองครับ ดังนั้นโหมด S คือ โหมดที่เราสามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ตามต้องการ โดยที่กล้องจะคำนวณเรื่องการปรับค่ารูรับแสงให้อัตโนมัติ ถ้าจะเปรียบโหมดนี้ก็เหมือนกับการกระพริบตาของคนเรานั่นเองครับ ลองจินตนาการตามนะครับ สมมุติว่าเรากำลังมองรถวิ่งผ่านจากเสาไฟฟ้าต้นที่ 1 ไปถึงต้นที่ 4 ถ้าเรากระพริบตาเร็วๆ เราจะเห็นเหมือนรถไปหยุดที่เสาไฟฟ้าที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 แต่ถ้าเรากระพริบตาช้าเราอาจจะเห็นภาพรถไปหยุดที่เสาต้นที่ 4 หรือเลยจากกรอบสายตาที่เราต้องการไปแล้ว โหมดนี้จะคิดคำนวณความเร็วในการเปิด-ปิดชัตเตอร์มีหน่วยเป็น 1/วินาที ครับ ส่วนความสามารถของกล้องแต่ละรุ่น หรือแต่ละยี่ห้อก็จะปรับได้ต่างกันครับ เอาล่ะถ้าตอนนี้ในมือมีกล้องอยู่ก็ลองปรับตามไปด้วยได้นะครับ ผมจะยกตัวอย่างการถ่ายรูปภาพหนึ่งภาพมานะครับ ลองคิดตามต่อนะครับ ว่าต้องการถ่ายรถที่กำลังวิ่งอยู่ให้เหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ เราควรเลือกความเร็วชัตเตอร์ที่ค่อนข้างสูงครับ ที่นี้คงนึกในไจว่าต้องใช้ความเร็วสูงเท่าไรจึงจะพอล่ะ……. ผมตอบอย่างนี้ล่ะกันครับให้ลองถ่ายดูที่ความเร็วชัตเตอร์ต่างๆ กันออกไปแล้วเอาภาพที่ได้มาดูครับว่าเราอยากได้ภาพประมาณไหน เช่น ผมต้องการถ่ายภาพรถแข่งในสนามแข่งซึ่งขับด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า กิโลเมตรต่อชั่วโมง และผมอยากได้ภาพที่รถกำลังผ่านเข้าเส้นชัยพอดีและเป็นภาพหยุดนิ่งพอดี ผมอาจจะตั้งความเร็วที่ 1/2000 วินาที แต่ถ้าผมต้องการถ่ายภาพเด็กที่กำลังวิ่งอยู่ ผมอาจจะตั้งที่ 1/250 วินาทีก็พอ ที่นี้ถ้าใครลองถ่ายภาพตามที่ผมแนะนำแล้วลองเอารูปมาดู บางคนอาจจะสังเกตเห็นว่าภาพที่ได้จากการใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆ จะดูมืดกว่าภาพความที่ได้จากความเร็วชัดเตอร์ต่ำ ในขณะที่ใช้สถานที่เดียวกัน ผลตรงนี้มาจากเวลาที่ CCD สามารถรับแสงได้นั้นเองครับ ก็ความเร็ว 1/2000 วินาทีก็หมายถึงระยะเวลาที่ชัดเตอร์เปิดแล้วปิดกลับสู่สภาพเดิมใช้เวลาแต่ 1/2000 วินาทีเอง ถ้าแสงในสภาพแวดล้อมไม่มากพอจริงๆแล้ว ภาพที่ได้จะมืด แต่ถ้าเราใช้ความเร็วที่ 1/25 วินาทีหรือ 1 วินาทีเราก็จะได้แสงในปริมาณที่มาก ทำให้เราได้ภาพที่มีความสว่างมากเกินไปนั่นเองครับ เรื่องนี้เป็นผลของการใช้โหมด S แม้ว่ากล้องจะคำนวณเรื่องขนาดของรูรับแสงให้แล้วก็ตาม ดังนั้นการเลือกแต่ละครั้งควรลองดูผลของค่าวัดแสงของเครื่องก่อนครับว่าเป็นอย่างไร โปรดสังเกตนิดหนึ่งครับ จะมีแสดงอยู่บนจอ LCD ซื่งเราสามารถเลือกการแสดงผลได้ครับ โดยการเสดงจะมีลักษณะเป็นกราฟ ถ้ากราฟเบ้ไปทางซ้ายคือแสงน้อยไป ถ้าเบ้ไปทางขวาแสดงว่าแสงมากไปครับ หรือถ้าเป็น จะมีอยู่ในช่องมองผ่านเลนส์ครับ สัญลักษณ์คือ IIIIIIIII+ ครับ ถ้ามาทาง – คือ แสงน้อย มาทาง + คือ แสงเยอะครับ ดังนั้นถ้าสรุปให้จำได้ง่ายๆ ก็คือโหมด S ให้เราทำหน้าที่ควบคุมความเร็วชัตเตอร์เอง ส่วนรูรับแสงตัวกล้องเป็นตัวคำนวณให้ครับ
ที่นี้เรามาลองดูว่าภาพแบบไหนที่เราจะใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ บ้าง ภาพที่เรามักจะได้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ อย่าง 1/60,1/30,1/15,1/8,1/4,1/2 วินาทีหรือจะใช้ไปที่ 1 ”, 2 &rdquol,4 ”,8 ”,15 ”,30 ”,60 ” วินาที(ถ้ามีเครื่องหมาย “ นี้หมายความว่าจะมีหน่วยเป็นวินามีแทนครับ)หรือก็บ้างตัวอาจจะมีถึง B (Bulb คือการเปิดชัดเตอร์ค้างไว้จนกว่าเราจะปล่อยมือออกจากปุ้มกด) เลยครับ การถ่ายภาพที่ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเช่นการถ่ายภาพพลุ ถ้าเราใช้ความเร็วชัดเตอร์ที่ต่ำเราจะเห็นพลุ วิ่งเป็นเส้นจนถึงเวลาที่มันแตกได้เลยครับ หรือถ่ายภาพรถวิ่งในเวลากลางคืนก็จะได้ภาพเป็นเส้นไฟแทน นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกอย่าง คือ ช่วยการถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อยครับ กล้องจะรับแสงเข้าได้มากครับ แต่ก็จะจับภาพได้แต่ถ้าต่ำมากๆไม่สามารถจับภาพวัตถุเคลื่อนไหวได้เพราะภาพจะเบลอครับ ดังนั้นความเร็วชัตเตอร์ต่ำจะช่วยถ่ายภาพ ที่มีแสงน้อยวัตถุอยู่กับที่ หรือถ้าต้องการ่ายน้ำตกให้เห็นเป็นสายๆ ก็ต้องใช้ชัตเตอร์ต่ำมากๆครับ การใช้ค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำๆ ควรใช้ขาตั้งกล้องประกอบด้วยนะครับ
ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้ค่าความเร็วชัดเตอร์ที่เร็วมากๆ จนเกินไปนะครับเนื่องจากจะทำให้ม่านชัตเตอร์มีอายุการใช้งานในน้อยลง หรือในทางตรงกันข้ามก็ไม่ควรเปิดค่าชัดเตอร์นานมากเกินไป เนื่องจากการเปิดหน้าชัดเตอร์ค้างไว้ในระบบกล้อง digital แล้วจะยังมีไฟไปเลี้ยงที่ CCD ตลอดเวลาครับ ถ้าเปิดนาน CCD ก็จะร้อนครับทำให้อายุการใช้งานสั่นลง หรือถ้านานมากอาจทำให้ CCD ไหม้ไปเลยก็ได้ครับ(แต่ผมยังไม่เคยลองหรือใครมีประสบการณ์ลองมาแล้วมาบอกผมนะว่านานแค่ไหนถึงจะทำให้ CCD ไหม้……)
สำหรับผู้ที่มีกล้องแล้วต้องการเป็นมืออาชีพ อาทิตย์นี้ลองฝึกฝนการใช้โหมดนี้ให้ชำนาญก่อนนะครับ แล้วอาทิตย์หน้า เราจะลองในโหมด AV หรือ A กันครับ ถ้าลองแล้วติดตรงไหนก็สอบถามมาได้ครับทั้งทาง web board หัวหน้าสาขาของร้าน digital2home ทุกสาขา หรือจะติดต่อที่ 02-251-4679 แล้วบอกกว่าขอถามเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพหรือเรื่องการใช้งานกล้องก็ได้ครับ สำหรับอาทิตย์ลาไปก่อนนะครับ

























