เทคนิคการถ่ายภูเขาให้สวย โดนใจ
โดย D2H
สวัสดีปีใหม่กันครับ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันเลยครับ ขอให้ผู้มีอุปการคุณทุกท่าน และผมอ่านทุกท่านมีความสุขมากๆ นะครับ คิดสิ่งใดให้สมปรารถนา สุขภาพร่างกายแข็ง มีความสุขตลอดปี 2551 เลยนะครับ สำหรับบทความวันนี้เราเตรียมตัวจะไปภูเขากันครับ เพราะมีผู้อ่านหลายท่านส่งมาว่าอยากทราบว่าจะไปถ่ายภาพภูเขาให้สวยควรมี ปัจจัยการจัดวางภาพอย่างไร ถึงจะสวยครับ
อยาก ทราบว่าไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างครับ อย่าลืมเที่ยวเผื่อผมบ้างนะครับ สำหรับช่วงปีใหม่ทางสาขาเราก็เปิดให้บริการอยู่นะครับ ทางเรายินดีบริการนะครับ แวะมาเยี่ยมชมหน้าสาขากันก่อนก็ได้ครับ
สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมตัวก็คือ กล้องดิจิตอลคู่ใจเลยครับ แบตเตอรี่เพียงพอพร้อมที่จะถ่ายรูปเยอะๆยังครับ ขาตั้งที่มีขนาดเหมาะกับกล้องครับ ส่วนถ้าเป็น DSLR ก็เลนส์ที่เหมาะในช่วงเลนส์ต่างๆครับ
เมื่ออุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแล้วนะครับ ก็เตรียมที่ๆจะไปครับ ว่าปีนี้จะไปไหนกันดีครับ วางแผนและค้นคว้า ก่อนออกเดินทางครับ อย่าแรกต้องศึกษาข้อมูล ทำความรู้จักกับที่ๆ จะไปเสียก่อนครับ วางแผนการเดินทางให้คุ้มค่าและใช้เวลาได้เกิดประโยชน์ครับ อาทิเช่น พระอาทิตย์จะขึ้นหรือตก ณ.ที่ตรงจุดไหนในตำแหน่งไหน เราก็ควรรู้ไว้ล่วงหน้าก่อนครับ เพราะจะได้ไม่เสียเวลาเดินหาครับ
ถ้าจะถ่ายภูเขาควรถ่ายภาพระยะไกลๆด้วยเลนส์ที่มีช่วง Tele หรือการซูมครับ ไม่ควรเลือกเลนส์มุมกว้างเสมอไปครับ เลนส์ช่วง Tele ก็ สามารถนำมาถ่ายวิวได้เช่นกัน แถมยังให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปด้วยครับ ใช้เลนส์ในช่วงนี้เพื่อถ่ายเจาะในส่วนที่ต้องการและน่าสนใจ ซึ่งจะส่งผลให้ภาพมีความรู้สึก และมีพลังมากยิ่งขึ้นครับ การถ่ายภาพถ้าต้องการให้ภูเขาหรือวัต
ถุดูชัดทั้งภาพควรเลือกรูรับแสงแคบๆ สัก 16 หรือ 22 สำหรับกล้องที่สามารถปรับได้ครับ และควรใช้ขาตั้งกล้องช่วยด้วยครับ เพื่อให้ภาพไม่สั่นหรือเบลอครับ
การมองหาดูวัตถุที่เป็นธรรมชาติที่สามารถสะท้อนภาพของภูเขา จากที่มีแต่ภูเขาอยู่เดี่ยวๆแล้วทำให้ไม่น่าสนใจ ก็สามารถทำให้น่าสนใจได้โดยจับมุมของ แม่น้ำ ลำธาร ทะเลสาบ หรือน้ำตกใส่ไปในภาพด้วยครับ เพื่อให้ภาพนั้นทั้งดูมีมิติมากขึ้น และยังได้ภาพสะท้อนของภูเขาในทะเลสาบหรือสายน้ำก็ทำให้ภาพภูเขาที่ได้ดูไม่ จืดชืดครับ อาจจะใช้เทคนิคนี้ถ้าบ้าน หรือสถาปัตยกรรมก็ได้นะครับ
ในการสร้างภาพให้ดูมิติมากขึ้นนั้น ส่วนประกอบของภาพที่สามารถเติมเต็มพื้นที่ในภาพนอกเหนือจากตัวภูเขาแล้ว การหาวัตถุที่น่าสนใจรวมเข้ามาเป็นฉากหน้า อาจเป็นกิ่งไม้ใบไม้ ทุ่งดอกไม้ น้ำตก เงาของต้นไม้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยทำให้ภาพที่เกิดมิติที่แตกต่างกัน คือส่วนที่อยู่ใกล้เช่นต้นไม้ หรือ ธารน้ำ และฉากหลังที่อยู่ไกลออกไปคือภูเขา การ ถ่ายภาพในลักษณะนี้บางครั้งตัวภูเขาเองอาจไม่ได้เป็นส่วนสำคัญแต่ฉากหน้าอาจ จะทำหน้าที่เป็นพระเอกแทนก็ได้ครับ แต่อย่างไรก็ตามภูเขาก็ยังคงในบรรยากาศที่น่าสนใจในภาพได้อยู่เสมอครับ
โดย ทั่วๆ ไปแล้วการถ่ายภาพภูเขาจากระดับพื้นดินหรือภาพจากพื้นราบไปหาภูเขาจะพบเห็น ได้ทั่วไป แต่สิ่งที่จะช่วยให้มุมมองของภาพนั้นเร้าอารมณ์มากขึ้นคือ การไต่ขึ้นไปอยู่ที่ในระดับสูงแล้วบันทึกภาพภาพจากมุมที่เหนือกว่าครับ (การถ่ายภาพจากมุมสูงลงมาก) ภาพแบบนี้จะเป็นการนำเสนอในอีกทิศทางหนึ่งที่แตกต่างออกไปครับ แต่ต้องพยายามสักหน่อยกว่าจะได้ภาพสวยๆครับ แต่ถ้าได้มาจะรู้ว่าคุ้มครับ หรืออาจเพิ่มเติมเรื่องราวในขณะเดินทางไต่เขาก็ยิ่งเพิ่มเนื้อหาและความ รู้สึกยิ่งขึ้นเลยครับ
การนำผู้คนที่เดินทางร่วมทริปไปกับเรามาใช้ประกอบในภาพ ก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งเพื่อบอกขนาดอันใหญ่โตของภูเขาและทิวทัศน์ที่กว้างไกลได้เลย การรวมคนเข้าไปในภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญในยามที่ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเช่น นี้ แถมยังเพิ่มความน่าสนใจให้กับภาพรวมทั้งบอกเรื่องราวการเดินทางได้อีกด้วยครับ แต่สิ่งที่ต้องคำนวณให้ดีคือสัดส่วนและมุมมองของภาพที่เราต้องการจะสื่อด้วยนะครับ
การมองหาวัตถุที่อยู่ในระยะใกล้วางเคียงคู่ประกอบกับภูเขาเข้าในภาพ อาจเป็นดอกไม้ น้ำตก หรือก้อนหินในบริเวณนั้นก็ได้ เพื่อที่จะให้เพิ่มจุดสนใจและสร้างความแตกต่างของสัดส่วนให้เกิดขึ้นกับ ภูเขา ช่วยเน้นให้เห็นระยะทาง และเป็นการเร้าอารมณ์ความรู้สึกให้เกิดขึ้นต่อภาพภูเขาได้ดีอีกลักษณะหนึ่ง เช่นกัน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องระยะชัดลึกของภาพให้ดี หากมีสิ่งที่อยู่ใกล้กล้องมากๆอาจทำให้วัตถุนั้นเบลอได้ครับ ถ้าสามารถปรับรูรับแสงได้ก็ควรเลือกรูรับแสงแคบๆ เพื่อให้ได้ระยะชัดลึกสม่ำเสมอทั่วทั้งภาพครับ
สิ่ง อันเป็นความปรารถนาของผู้รักการถ่ายภาพหุบเขาทั้งหลายคงหนีไม่พ้นทะเลหมอก ที่ทุกท่านต้องขนอุปกรณ์เป็นระยะทางไกลขึ้นสู่ไหล่เขาสูงจนได้ระดับ แต่นั่นก็คุ้มค่าเพราะสามารถใช้ความลี้ลับของทะเล หมอกทำให้ภูเขามีความลึกลับน่าค้นหาได้เป็นอย่างดี ยิ่งยามใดที่ปรากฏทะเลหมอกขึ้นยังบริเวณหุบเขาและมีแสงส่องเข้ามาทางหลัง จะส่งผลให้ภาพหุบเขาเกิดเป็นเงาดำทึบตัดกับผืนหมอกที่กำลังสะท้อนแสงแลดูสวย งามจับใจเลยครับ
โดยทั่วไปแสงที่เหมาะกับการถ่ายภาพมี 2 ช่วงครับคือหลังพระอาทิตย์ไม่เกิน 4 ชั่วโมงและก่อนพระอาทิตย์ตก 4 ชั่วโมง ของแต่ละวันครับ ภาพของพระอาทิตย์ช่วงบ่ายต้องถือเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ส่องแสงดั่งต้องมนต์ มายา เพราะเป็นช่วงที่ให้แสงอบอุ่นครับ ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ในการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี แต่ยังมีแสงอีกช่วงหนึ่งที่ทรงคุณค่าไม่แพ้กันนั่นก็คือแสงพระอาทิตย์ในช่วง เช้าตรู่ ด้วยสีฟ้าบริเวณชั้นบรรยากาศอันห่างไกล และแสงสีชมพูบนท้องฟ้า เมื่อสองสีรวมเข้าด้วยกันประกอบกับภูเขาเบื้องล่าง ทำให้ภาพที่ออกมากลายเป็นภาพภูเขาที่งดงาม ให้ความรู้สึกบางเบาและสงบเงียบ ดังนั้นจึงควรใช้ช่วงเวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ปล่อยให้สูญเปล่ากับการพักผ่อนหลับนอน อาจเลือกการตั้ง White balance ช่วยให้ภาพมีสีที่ดูสวยขึ้นก็ได้ครับ
สุดท้ายท้ายสุด การใช้ฟิลเตอร์สร้างให้ภาพสวยขึ้นครับ ควรใช้ฟิลเตอร์ CPL หรือ โพลาไรซ์ครับ นักถ่ายภาพส่วนใหญ่มักจะใช้ฟิลเตอร์ โพลาไรซ์เพื่อขับสีสันของท้องฟ้าให้เข้มข้นขึ้นครับในการถ่ายภาพวิว แต่การจะได้ภาพเป็นที่น่าสนใจไม่ได้จบแค่การใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์แล้วถ่ายภาพ วิวเท่านั้นครับ นักถ่ายภาพต้องเรียนรู้มุมสะท้อนของแสงอาทิตย์อันจะส่งผลให้ใช้ประโยชน์จาก มุมโพลาไรซ์ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และยังสามารถวางตำแหน่งของภูเขาในภาพได้อย่างถูกต้อง โดยมุมที่ตั้งฉากกับดวงอาทิตย์จะเกิดผลในการใช้ฟิลเตอร์ชนิดนี้มากที่สุด การใช้งานให้ปรับหมุนมุมฟิลเตอร์พร้อมกับสังเกตความเปลี่ยนแปลงจากช่องมอง ภาพโดยเลือกเอาตำแหน่งการปรับฟิลเตอร์ที่เห็นว่าได้ภาพดีที่สุด และมีข้อดีอีกอย่างคือการตัดแสงสะท้อนของผิวน้ำ หรือกระจกครับ แต่จะใช้ได้เฉพาะกับกล้อง DSLR หรือกล้องที่สามารถต่ออุปกรณ์เสริมได้ครับ ส่วนกล้อง Compact ก็พอจะได้อยู่ครับแต่เป็นการใช้มือถือ Filter ไว้ทีหน้าเลนส์แล้วลองหมุนไปมาเองครับจากนั้นก็ถือให้นิ่งๆ แล้วค่อยถ่ายครับ
ข้อควรระวังในการถ่ายภาพ ที่สำคัญอย่างมากคือ ห้ามใช้กล้องถ่ายภาพดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงแรงๆ นะครับเพราะจะทำให้ CCD ใน การรับภาพนั้นเสียหายได้ วิธีการสังเกตว่าระดับแสงแค่ไหนที่เราสามารถใช้กล้องถ่ายภาพดวงอาทิตย์ได้ ก็สังเกตจากที่ช่วงได้ที่เราเองสามารถมองพระอาทิตย์ด้วยตาเปล่าได้ ช่วงนั้นเราก็สามารถถ่ายภาพดวงอาทิตย์แบบตรงๆ ได้เช่นกันครับ แต่ยังไงก็ไม่ควรเปิด Speed shutter นานเกินไปล่ะครับ
เอาล่ะที่เราก็ได้ทราบกันแล้วนะครับ ว่าจะไปถ่ายภาพภูเขาควรถ่ายอย่างไร นะครับ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการฝึกฝนครับ ลองถ่ายไปเรื่อยๆ หลายๆ มุมอย่าพึ่งไปเคร่งเครียดกับมันมากแล้วค่อยๆ จับเทคนิคไปครับ ปีใหม่ปีนี้ผม Mr. D2H ก็ขอให้ทุนท่านเที่ยวอย่างมีความสุข เมาไม่ขับง่วงก็พักก่อนนะครับ แล้วถ่ายรูปสวยมาฝากกันด้วยนะครับ
สำหรับสัปดาห์นี้ผมต้องลาไปก่อนนะครับ แล้วปีหน้าเราค่อยพบกันครับ อย่าลืมผมกันนะครับ โชคดีปีใหม่นะครับ

























