เลือกซื้อกล้องดิจิตอลอย่างไรดี? (ตอนที่2)
สวัสดีครับ สำหรับในตอนที่ 2 นี่คุณกุ้งได้มอบให้ผม Mr. digital2Home หรือ เรียกย่อๆ ว่า Mr.D2H มาเป็นผู้แนะนำรายละเอียดต่อนะครับ คำถามที่ผมมักจะเจออยู่เสมอประมาณ 2 – 3 อย่างคือ เลือกเอากล้องที่มีค่าความละเอียดสูงๆ อย่าง 10 ล้าน Pixels ดีมั้ย แล้วเรื่องค่า ISO ล่ะต้องเอาที่มันสูงๆ ไว้ก่อนดีหรือเปล่า หรืออีกอย่างที่มักพบบ่อยๆ เช่นกันคือ การ ภาพ 10 เท่า 12 เท่า ที่นี้ผมลองมาตอบที่ละอย่างกันนะครับเอาที่เรื่องแรกเลย
เรื่องความละเอียดของกล้องซื้อตัวที่มีค่าความละเอียดสูงๆ ไว้ก่อนดีมั้ย ผมตอบแบบอ้อมๆ อย่างนี้ละกันว่าธรรมดาคุณๆ เอารูปที่ได้จาการถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลไปอัดขนาดภาพเท่าไร เท่าทีผมถามมาส่วนใหญ่ก็เป็น จัมโบ้ 4 ”X6” สำหรับการอัดภาพขนาดนี้ใช้ภาพที่ความละเอียด 3 ล้าน Pixels ก็โอเค แล้วครับ ผมอธิบายให้เห็นภาพเพิ่มเติมล่ะกันนะครับ สำหรับผู้ที่มี Printer และเคยสั่งพิมพ์ภาพออกมา ถ้าเราเลือกที่คุณภาพดีที่สุดก็จะอยู่ที่ 300 จุดสี จุดสี ต่อ 1 ตารางนิ้ว ที่นี้เราลองมาคำนวณกันนะครับว่าภาพขนาด ”X6” จะใช้จำนวนจุดสีเท่าไร
วิธีการคือ (ความกว้างของภาพจุดสี) X (ความยาวของภาพ 300 จุดสี)
=(4” X 300) X ( 6” X 300)
= 1,200 X 1,800
= 2,160,000 จุดสีหรือ2.16 ล้านจุดสีครับ
ที่นี้เราก็เข้าใจมากขึ้นแล้วนะครับว่าคุณควรจะเลือกกล้องที่มีความละเอียดเท่าไร ที่เหมาะกับการใช้งานของคุณเอง
เรื่องต่อมาก็คือค่า ครับหลายๆ คนถามว่ามันคืออะไร ผมของเท้าความกลับไปกล้องสมัยฟิล์มกันก่อนเลยล่ะกันนะครับถ้าใครยังทันและได้มีโอกาสใช้กล้องฟิล์มกันเราก็จะต้องเลือกซื้อฟิล์มซึ่งมีค่าตั้งแต่ 100 200 400 800 หรือ 1600 ค่าเหล่านี้คือค่าความไว้แสงของฟิล์มครับ เช่น ถ้าเราถ่ายภาพในทีมีแสงมากพออย่างเช่นถ่ายภาพกลางแจ้ง ร้านขายฟิล์มก็จะแนะนำให้ใช้ฟิล์มที่มีค่าความไวแสง 100 ก็พอแต่ถ้าต้องใช้ถ่ายในที่ร่มเช่นในอาคาร หรือ งานกลางเลย ผู้ขายก็จะมักแนะนำฟิล์มที่มีความไว 200 หรือ 400 ซึ่จะมีราคาสูงกว่าค่า ISO ก็คือค่าความไวแสงนั่นแหละครับถ้าใช้ถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยๆ กล้องที่มีค่า ISO สูงกว่าก็จะได้เปรียบกว่าครับ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ ปัญหาเรื่อง หรือสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นขณะถ่ายภาพครับทำให้เราได้ภาพที่มีจุดของเม็ดสีอื่นแทรกมากับภาพด้วย เช่น บางยี่ห้อจะเป็นเม็ดแดงๆ บาง น้ำตาลบาง ในบริเวณที่มีพื้นที่สีเข้มครับ
ในประเด็นนี้ผมจะแนะนำเป็นว่า ส่วนใหญ่การใช้งานนั้นเน้นไปถ่ายภาพกลางวัน หรือกลางคืนมากกว่ากัน ถ้าเป็นกลางวันแล้วล่ะทุกยี่ห้อไม่ค่อยมีปัญหาเรื่อง Noise หรอกครับ แต่ถ้าเป็นภาพกลางคืนหรือในที่ร่มแล้วล่ะก็ มีความต่างกันของแต่ละยี่ห้อแน่นอนครับผมแนะนำให้ลองไปขอที่ร้านเล่นดูและดูภาพที่ได้จะดีที่สุดครับ แล้วดูว่าภาพของยี่ห้อไหนรุ่นไหนที่รับได้ก็ค่อยเลือกรุ่นนั้นไป ที่จริงจากประสบการณ์ขายก็พอจะบอกได้อยู่นะครับ แต่ว่าเป็นจรรยาบรรณของผู้ขายไม่เอา ไม่พู้ด : )
ต่อมาก็เรื่องการ ความสามารถในการ Zoom ของกล้อง แบบ Compact นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ Optical Zoom กับ Digital Zoom ครับ Optical zoom คือการ Zoom โดยใช้กลไกของชิ้นเลนส์ หรือ ชิ้นกระจกในกล้องครับทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัดที่ดีกว่า ส่วน Digital zoom คือการ Zoom ภาพผ่านทางโปรแกรมที่มีอยู่ในกล้องครับ ก็คล้ายๆ กับการที่เรา Zoom ภาพผ่านโปรแกรมดูภาพอย่าง หรือ นั่นแหละครับ
ในประเด็นนี้ผม Mr. D2H ขอฟันธงครับว่าให้ดูที่ค่า อย่างเดียวพอไม่ต้องสนเรื่อง Digital zoom เลยครับ ตัวอย่าง ถ้าคุณผู้หญิงที่ต้องการกล้องไปถ่ายในงาน Concert หรือประมาณ Meet and กรี๊ด ดาราแล้วล่ะก็ ผมแนะนำกล้อง Compact ที่มีค่า Optical zoom ให้มากที่สุดไว้ก่อนเลยครับอย่าง 10X หรือ 12X ได้ยิ่งดีจะได้เห็นหน้าดาราที่เราชื่นชอบแบบใกล้เข้าไปอีกนิดไงครับ
ส่วนประเด็นจิปาถะทั่วไป ก็อย่างเรื่องกล้องมีระบบกันภาพสั่นไหวดีมั้ย เป็นผมแนะนำย่อมดีกว่าไม่มีอยู่แล้วครับ ซึ่งกล้องเกือบทุนรุ่นในปัจจุบันก็จะมีกันแทบทั้งนั้นแล้วนะครับโดยเฉพาะรุ่นที่ราคา 10,000 บาทขึ้น ส่วนในรุ่นที่ราคาต่ำกว่า 10,000 บาทลงก็ต้องดูเป็นยี่ห้อ และ รุ่นๆ ไปครับของผมเป็นพวกใจสั่นง่าย ทำให้เมือไม้พลอยสั่นไปด้วย ถ้าใครมีอาการคล้ายๆ ผมก็แนะนำเอาที่มีกันสั่นไว้ไม่เสียหลายครับอีกเรื่องก็คือ การ์ดที่ใช้บันทึกภาพครับ หรือที่เรามักเรียกกันว่า Card ซึ่งมีทั้ง SD card,XD card, CF card หรือ Memory stick ให้เลือกขนาดความจุที่พอดีกับกล้องที่เรารับได้ด้วยนะครับผมเคยบ่อยๆประมาณว่าอยากได้การ์ดที่มีหน่วยความจำเยอะ คุณพี่ซื้อเลยครับ 4GB แต่ว่ากล้องที่มีอยู่รับได้เต็มที่แค่ 2GB กลายเป็นว่าซื้อไปใช้กับกล้องตัวเองไม่ได้ครับ สำคัญลองตรวจสอบก่อนนะครับ ถ้าไม่แน่ใจถามพนักงานขายได้ครับให้น้องๆ เขาตรวจสอบให้จะได้ไม่ต้องมาหงุดหงิดที่หลังครับ ส่วนจะเป็นการ์ดยี่ห้อไหนก็แล้วแต่เลือกครับ ที่ผมเห็นตอนที่เกือบทุกยี่ห้อจะประกันตลอดอายุสินค้าอยู่แล้วครับ
แล้วคราวหน้าเรามาต่อเรื่องการดูแลรักษากล้องอย่างถูกวิธีกันดีกว่านะครับแล้วเจอกันนะครับ


























ประมวล
22 ธันวาคม 2008 เมื่อ 6:24 amกล้อง Canon G10 มีอุปกรณ์เสริมที่เป็นเลนท์ซูมหรือเปล่า
จุฑารัตน์
4 ธันวาคม 2009 เมื่อ 10:16 pmกำลังจะซื้อกล้องไปเก็บภาพประทับใจ ช่วงปีใหม่พอดีเลยค่ะ
พอดีได้มาอ่านบทความนี้ ได้ความรับความรู้เกี่ยวกับกล้อง digital เพิ่มขึ้น
มากเลยค่ะ