เลือกซื้อกล้องดิจิตอลอย่างไรดี? (ตอนที่1)
สวัสดีค่ะ เพื่อเป็นการต้อนรับโฉมใหม่ของเว็บไซท์ กุ้งก็ได้รับมอบหมายให้เขียนบทความเพื่อมาคอยอัพเดทลงเว็บใหม่นี้ ในฐานะที่ทำงานอยู่หน้าร้านกล้องดิจิตอลมาหลายปี ได้สัมผัสกล้องดิจิตอลอยู่ก็หลากหลายรุ่น และได้พูดคุยสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง กุ้งพบว่าหนึ่งในคำถามที่กุ้งพบบ่อยที่สุดก็คือหัวข้อที่กุ้งเอามาเขียนบท ความครั้งแรกครั้งนี้ของกุ้งเนี่ยล่ะค่ะ คือ ”เลือกซื้อกล้องดิจิตอลอย่างไรดี?” อันนี้ถือเป็นคำถามยอดฮิตที่กุ้งพบเจอแทบทุกวันเลยนะคะ และมันก็ออกมาเป็นคู่มือการเลือกซื้อกล้องดิจิตอล(ฉบับเบื้องต้น) ตามที่คุณผู้อ่านจะได้อ่านต่อไปนี่ล่ะค่ะ แต่ก่อนอื่นกุ้งขอออกตัวก่อนว่า กุ้งรู้ดีว่าที่จริงบทความหัวข้อนี้หรือใกล้เคียงกันนี้ คุณผู้อ่านอาจจะสามารถพบได้ทั่วไปตามหนังสือหรือตามเว็บไซท์ เพียงแต่ในกรณีนี้ กุ้งจะไม่ได้เขียนให้เป็นแนววิชาการที่อ่านยาก หรือมีแต่ศัพท์วิชาการไม่คุ้นเคยเต็มไปหมด (ที่ตอนกุ้งเริ่มจับกล้องใหม่ๆ กุ้งก็งงจังล่ะกะศัพท์แสงพวกนี้) แต่กุ้งจะให้เป็นสไตล์ที่ว่ากุ้งมานั่งคุย-นั่งเล่าให้ฟังด้วยภาษาสบาย ๆ ก็ถือว่าแบ่งปันข้อมูลตามประสบการณ์ที่กุ้งเจอและรวบรวมมาให้ละกันนะคะ เนื่องจากกล้องดิจิตอลในปัจจุบันนี้มีให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งยี่ห้อเดียวกับกล้องฟิล์มที่เราคุ้นชื่อกันมานาน ไปจนถึงยี่ห้อที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือยี่ห้อใหม่ ๆ อีกเยอะแยะเลยค่ะ การที่จะตัดสินใจซื้อกล้องซักตัวจึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวอยู่มิน้อย โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยรู้เรื่องกล้องดิจิตอลมาก่อน หรือแม้กระทั่งมือเก่าที่เคยเล่นกล้องมาแล้วบ้างแล้วอยากจะเปลี่ยนรุ่นหรือ อะไรก็ตาม ก็ถือว่าลองอ่านบทความนี้ดู เผื่อจะช่วยเป็นแนวทางในการตัดสินใจได้บ้างนะคะเวลามีลูกค้า (หรือแม้กระทั่งเพื่อนกุ้งเองที่รู้ว่ากุ้งทำงานด้านนี้อยู่) มาสอบถามและให้แนะนำ นี่คือสิ่งที่กุ้งให้ความสำคัญค่ะ
1.) งบประมาณ : งบประมาณเท่าไหร่ คำถามนี้สำคัญมากค่ะ เพราะพอรู้งบประมาณ กุ้งจะสามารถระบุรุ่นให้อยู่ตามงบที่ลูกค้าต้องการได้ ถ้ารุ่นที่ราคาเกินงบ ก็ตัดทิ้งไปได้เลยไม่ต้องลังเล แต่งบประมาณนี้ จะแยกย่อยไปได้อีก 2 หัวข้อย่อยค่ะ คือ
·งบประมาณเฉพาะตัวกล้อง
·งบประมาณทั้งกล้องและ ที่ต้องการ เช่น memory card (หน่วยความจำของกล้อง เปรียบเทียบได้คล้ายๆกับฟิล์ม เพียงแต่สามารถนำกลับมาใช้บันทึกรูปซ้ำได้อีก ไม่ได้ใช้แค่ครั้งเดียวอย่างฟิล์ม) ขาตั้งกล้อง ซึ่งก็จะมีผลกับรุ่นที่จะเลือกมาให้ลูกค้าดูเช่นกันค่ะ เช่นมีกล้อง 2 รุ่นที่ราคา 10,000 บาทเท่ากัน แต่รุ่น ก. เป็นราคาเฉพาะตัวกล้อง ในขณะที่รุ่น ข. แถมมาให้ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องซื้อเพิ่มแล้วถ้าลูกค้าสนใจรุ่น ก. ก็ต้องซื้อ เพิ่มอีกเป็นต้น เพราะฉะนั้นในขั้นตอนนี้ คุณผู้อ่านก็กำหนดไว้ในใจเลยนะคะว่างบประมาณของเรานี้รวมถึงอะไรบ้าง
2.) ความต้องการ : กุ้งจะถามลูกค้าเสมอค่ะว่า
- จะซื้อกล้องไปเพื่อถ่ายอะไร หรือถ่ายภาพลักษณะไหน เช่น จะไปเที่ยวอยากได้ตัวที่พกง่ายๆหน่อย/หรือเพิ่งหัดเล่นอยากได้ตัวที่ใช้งาน ไม่ซับซ้อน/ หรือแม้กระทั่งมีกล้องอยู่แล้ว 1 ตัวแต่อยากได้กล้องตัวที่ 2 ที่ปรับอะไรได้มากขึ้น เพราะถ้าความต้องการต่างกัน กล้องที่กุ้งจะแนะนำก็ต่างรุ่นกันค่ะ
- ต้องการฟังก์ชั่นไหนเป็นพิเศษ : เช่น ลูกค้าจะเอาไปถ่ายงานอัญมณีที่อยากให้ถ่ายมาโคร (การถ่ายภาพระยะใกล้) ได้ดี ๆ/ หรือจะเอาไปขยายภาพใหญ่ ๆ ก็ต้องดูที่ความละเอียดมากหน่อย เพราะฉะนั้นการที่ลูกค้าระบุฟังก์ชั่นต้องการ จะทำให้กุ้งคัดเลือกรุ่นที่ตรงกับใจได้มากขึ้นค่ะ
- อื่น ๆ : อย่างเช่น ลูกค้าอาจมียี่ห้อที่สนใจหรือไม่สนใจเป็นพิเศษ เช่น เห็นเพื่อนใช้ยี่ห้อ ก. แล้วชอบ อยากใช้ หรือเคยใช้ยี่ห้อ ข. แล้วไม่ถูกใจ อยากเปลี่ยนยี่ห้อ หรืออยากได้รุ่นที่ใช้ถ่าน AA เพราะราคาประหยัดกว่า เป็นต้นค่ะ สิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ เพราะสมมุติว่าลูกค้าไม่ชอบยี่ห้อ ข. นี้ เราก็ตัดยี่ห้อนี้ที่ถึงแม้จะมีสเป๊คบางอย่างที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทิ้งไปได้เลย
ซึ่งพอกุ้งได้ข้อมูลความต้องการของลูกค้าแล้ว กุ้งก็จะจับเอามา match กับรุ่นกล้องตามงบประมาณของลูกค้าที่บอกไว้ค่ะ ถึงขั้นตอนนี้ถ้างบประมาณของลูกค้าไม่ได้ต่ำเกินไปนัก ก็น่าจะมีหลาย ๆ รุ่นไว้ให้ลูกค้าได้เปรียบเทียบดู และแล้วก็จะมาถึงขั้นตอนสุดท้ายค่ะ
3.) ทดลองใช้ : กุ้งจะบอกลูกค้าที่มาสอบถามเสมอว่าถึงจะมีรุ่นในใจแล้ว แต่กุ้งก็อยากให้ได้มาลองเล่น, ลองจับกล้องตัวจริง ๆ กันก่อนตัดสินใจซื้อกัน และกุ้งก็จะเต็มใจทุกครั้งที่ได้ให้ลูกค้าได้ลองใช้ค่ะ ถึงแม้บางทีลูกค้าอาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อด้วยซ้ำ แค่ลองศึกษาข้อมูล ก่อน เพราะอะไรน่ะเหรอคะ อย่างแรกก็คือกล้องตัวนึงไม่ใช่ถูก ๆ หลายคนเก็บหอมรอมริบเงินอยู่หลายเดือน เพราะฉะนั้นกุ้งอยากให้ทุก ๆ คนที่ออกจากร้านกุ้งไปแล้วแฮปปี้จริง ๆ กับการได้สินค้าตัวนี้กลับบ้าน เพราะมั่นใจแล้วว่าเป็นตัวที่ถูกใจ เพราะถ้าลูกค้าไม่แฮปปี้ กุ้งก็จะไม่แฮปปี้แน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้นกุ้งจะให้ลองเล่น, ลองใช้งานดูจริง ๆ เลย ว่าคุณใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง บางรุ่นสเป๊คดีถูกใจ แต่พอลูกค้าได้ลอง ลูกค้าติมาว่าหน้าตาไม่สวยเลย รับไม่ได้/ หรือบางคนอาจว่าถือไม่ถนัด (ส่วนใหญ่ที่เจอก็อย่างเช่น คุณผู้ชายจะไม่ถนัดมือกับกล้องรุ่นเล็ก ๆ บาง ๆ ในขณะที่คุณผู้หญิงก็จะไม่ถนัดกับพวกตัวใหญ่ ๆ หนา ๆ ค่ะ)/ หรือใช้งานรุ่นนี้แล้วงงจัง ในขณะที่อีกรุ่นซึ่งดูเทียบกันอยู่เข้าใจง่ายกว่า เป็นต้นค่ะ ซึ่งกุ้งพบว่ามีไม่น้อยครั้งเลยที่ลูกค้าดูอีกรุ่นนึงมา แต่พอได้ลองแล้วกลับได้อีกรุ่นนึงกลับไปแทน สัปดาห์นี้ กุ้งก็ขอจบตอนที่ 1 ไว้เท่านี้ก่อนนะคะ สัปดาห์หน้าจะมาต่อตอนที่ 2 ที่จะพูดถึงรายละเอียดข้อมูลกล้อง ซึ่งก็จะลงลึกที่รายละเอียดขึ้น เช่นเรื่องความละเอียดของภาพ ค่ากันสั่น เลนส์และความสามารถในการ (อาจเป็นเรื่องที่คุณผู้อ่านหลายท่านอาจคุ้น ๆ กับศัพท์เหล่านี้อยู่บ้างแล้ว) รวมทั้งยังมีศัพท์ใหม่ ๆ อีกหลายตัวที่กุ้งยังไม่ได้กล่าวถึงด้วยค่ะ ซึ่งมันก็จะเป็นหัวข้อที่ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อยกว่าหัวข้อวันนี้ แต่มันจะช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อกล้องของคุณผู้อ่านได้มากขึ้นแน่นอนค่ะ อย่างไรก็ตาม กุ้งจะพยายามเลือกใช้คำที่เข้าใจง่ายๆมาคุยให้ฟังเหมือนเดิมนะคะ พบกันสัปดาห์หน้าค่ะ อย่าเพิ่งทิ้งกุ้งไปก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ

























