เลือกไฟล์ของภาพให้เหมาะกับงานคุณ
Mr.D2h
สวัสดีวันปีใหม่ไทยครับ ก็ได้พักกันไปแล้ว สงกรานต์ปีนี้ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างครับ ถ่ายภาพมาได้กันเยอะไหมเอ๋ย ส่วนกระผมก็ได้พักชาร์จสมองและหาเรื่องต่างๆ มาคอยเล่าในเล่าเรื่องผ่านเลนส์ครับ
สำหรับเรื่องในวันนี้จะเป็นเรื่องเบาๆ ไม่หนักมากครับ เรื่องที่ผมจะนำเสนอเป็นการเลือกไฟล์ของภาพครับ สำหรับบางทันที่มีข้อสงสัยว่าไฟล์แต่ละไฟล์ต่างกันอย่างไร ควรเลือกใช้งานแบบไหนดี วันนี้กระผม Mr.D2h จะมาเฉลยกันครับ
เริ่มที่คำแรกก่อนครับ จะได้ยินกันบ่อยๆ คือ JPEG file (_____ . JPG ) เป็นไฟล์ที่นิยมใช้กันทั่วไปครับ และถือว่ามีอยู่ในกล้องทุกตัวครับ โดยเฉพาะกล้องคอมแพค ไฟล์ JPEG จะเป็นไฟล์ที่มีลักษณะเล็กครับ การเก็บจะไม่เปลืองพื้นที่ ว่าง่ายๆคือถ้าเลือกไฟล์แบบนี้คุณจะได้ภาพที่มากขึ้นครับ และมีความรวดเร็วในการ ส่งถ่ายข้อมูล การแสดงผลออกมาเป็นรูปภาพ JPEG ก็ถือเป็นคุณภาพดีในระดับหนึ่งครับ แต่การบันทึกภาพด้วยไฟล์นี้จะทำให้รายละเอียดของภาพ สูญเสียไปมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นภาพการไล่โทนสี จะทำได้ไม่ค่อยดีนัก สีภาพจะกระโดด เห็นเป็นริ้วๆ ไม่เรียบเนียน ซึ่งถ้านำภาพไปอัดขยาย หรือนำไปตกแต่งเพิ่มเติม สำหรับใช้ในงานพิมพ์ งานหนังสือ ก็จะสังเกตได้ยากมากครับ สำหรับจำพวกริ้วรอยตำหนิครับ
อันดับต่อมาคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างนะครับ สำหรับ RAW file เป็นไฟล์นิยมใช้ในกล้องที่เป็น DSLR ครับ คนส่วนใหญ่จะเน้นใช้บันทึกภาพด้วยการเก็บข้อมูลของภาพถ่ายอย่างละเอียด แต่การบันทึกแบบ RAW file จะมีการบันทึกแค่ รหัสของค่าสี ซึ่งต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำการแปลงรหัสอีกครั้งก่อนครับถึงจะใช้งานได้ ดังนั้นการบันทึก RAW file จึงมีคุณภาพสูงเช่นเดียวกับ TIFF file คงสงสัยกันใช่ไหมครับว่า TIFF file คืออะไร ไฟล์ตัวนี้จะมีความคล้ายกับ RAW file แต่ RAW file ไฟล์ จะมีคุณภาพที่น้อยกว่า TIFF ครับ ที่เป็นไฟล์ขนาดใหญ่กว่า การบันทึกภาพด้วยการเก็บข้อมูล ค่าสีของภาพถ่ายอย่างละเอียดในทุกๆพิกเซล ทั้งรหัสและค่าสี ดังนั้น คุณภาพของการบันทึกภาพด้วยไฟล์ตระกูลนี้ จึงมีคุณภาพสูง และเป็นการบันทึกภาพที่ใช้อย่างแพร่หลายใน ธุรกิจการพิมพ์ทั่วไป ข้อเสีย ของการบันทึกภาพด้วยไฟล์ตระกูลนี้ก็คือขนาดใหญ่มาก ทำให้เปลืองพื้นที่ในการเก็บ และเมื่อใช้คอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊ค มาอ่านข้อมูลเพื่อการแสดงภาพ ก็จะทำได้อย่างเชื่องช้าครับ
ดังนั้นการบันทึกด้วย RAW file จึงมีคุณภาพที่สูงแบบเดียวกับ TIFF file ครับ แต่ RAW file มีขนาดเล็ก กว่า TIFF file มากครับ เพราะข้อมูลของค่าสีนั้นๆ ไม่ได้ถูกบวกเข้าไปในfile ดังนั้นข้อเสียของ RAW file คือ การรอครับ กว่าจะแปลงสัญญาณได้ต้องถอดรหัส นำเอาไปใช้งานได้ ต้องเสียเวลาใช้โปรแกรม RAW file Converter แปลงภาพ ให้เป็น JPEG หรือ TIFF สำหรับ ช่างภาพที่ต้องการบันทึกภาพ ด้วยคุณภาพสูงสุด และต้องการรักษาคุณภาพของรูปภาพไม่ให้สีเพี้ยนไปครับ ในระหว่างกระบวนการแปลงสภาพของภาพถ่าย เช่นนำไปตกแต่ง เพิ่มแสง เติมสี ดังนั้นการบันทึกแบบนี้ จะรักษาคุณภาพได้ดีที่สุดครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับ คงจะเข้าใจเรื่องของการเลือกไฟล์ให้เหมาะกับงานมากขึ้นแล้วนะครับ ถ้ามีเรื่องใดสงสัย ก็สามารถติดต่อที่digital2home ได้ทุกสาขาหรือ www.digital2home.com ก็ได้นะครับ สำหรับวันนี้กระผมขอลาไปก่อนนะครับ


















