หน้าหนาวแล้ว….เก็บเลนส์อย่างไรไม่ให้เป็นรา
Mr. D2H
หนาว ๆ จริงเลยครับ อากาศก็เริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ อากาศกำลังเปลี่ยน เอาแน่เอานอนไม่ได้อย่างไรรักษาสุขภาพร่างกายกันด้วยนะครับ ถ้าจะพูดถึงร่างกายของเราวันนี้ผมก็เปรียบเสมือนเลนส์ เหมือนอย่างไรอยากจะรู้ใช่ไหมครับ ท่านผู้อ่านอาจจะคิดว่ามันจะเหมือนกันได้ไง เลนส์กับร่างกายจอมะมีความเหมือนกันตรงถ้าเป็นร่างกายอากาศหนาว ๆ ก็จะเกิดอาการเป็นหวัดไม่สบายต้องไปหาหมอกินยา สำหรับเลนส์ถ้าเจอความชื้นอากาศเปลี่ยนแปลงโดยค่าของความชื้นก็ทำให้เลนส์เป็นฝ้าหรือรา และคุณภาพก็ลดลงครับ ถ้าเกิดที่เลนส์ก็ต้องส่งให้ช่างผู้ชำนาญถอดเลนส์ออกมาแล้วใช้น้ำยาที่มีคุณภาพการกำจัดราหรือฝ้าล้างออกเพื่อให้เลนส์กับมาใช้ได้ดีเหมือนเดิม แต่อย่าลืมครับคุณภาพก็อาจไม่ได้สีสันที่เป็นคุณภาพเหมือนเดิมครับ แถมการล้างก็มีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท อีกด้วยครับ
ดังนั้นการเก็บรักษาควรเก็บรักษาให้ดี โดยเฉพาะเลนส์ทีเป็นคุณภาพของแคนนอล เลนส์ L ที่ตัวละ 2-3 หมื่นบาทขึ้นไป และของค่ายนิคอนที่มี ED พอ ๆ กับแคนนอลหรืออาจจะแพงกว่าด้วยซ้ำ เกิดขึ้นราผมไม่อยากให้เห็นภาพนั้นเลยครับรับสภาพไม่ได้
วิธีการเก็บรักษามีอยู่หลายวิธีด้วยกันครับ อันดับแรก ๆ โดยช่างภาพทั่วไปที่มีอุปกรณ์ไม่เยอะมากอย่างเช่นเลนส์ Kit ที่ติดมา ตัวกล้องและอื่น ๆ อีกนิดหน่อย ก็อาจจะใส่กระเป๋ากล้องที่มีขนาดพอดี แล้วใส่สารกันชื้น Silica Gel ลงไปในกระเป๋า (สาร Silica Gel คือตัวดูดความชื้น ไม่ให้มีความชื้นอยู่ภายในบริเวณสถานที่/อุปกรณ์ที่เก็บ) การเลือกสารกันชื้น จะมี 2 แบบคือ แบบซองกับตลับ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 50-100 บาทครับ ดังนั้นถ้าเป็นกระเป๋าใบใหญ่ผมแนะนำให้ใส่สัก 2 ซองจะดีกว่าครับ บางท่านถามว่าจะรู้ได้ไงว่าในกระเป๋าเรามีความชื้นอยู่เยอะหรือน้อยแค่ไหน นั้นก็ต้องใช้อุปกรณ์ที่จะต้องช่วยวัดความชื้นภายในกระเป๋าก็คือ Thermometer (Thermometer ตัววัดระดับอุณหภูมิ และความชื้นในพื้นที่ที่เก็บเลนส์) จะช่วยใช้วัดอุณหภูมิภายในที่เก็บก็จะมี ให้วัดอยู่ 2 แบบใน 1 อันครับ คืออันที่ 1 จะวัดอุณหภูมิทั่วๆไป อันที่ 2 จะวัดอุณหภูมิความชื้นในพื้นที่เก็บอุปกรณ์ครับ ราคาของเครื่อง Thermometer จะอยู่ที่ประมาณ 150 บาทครับ วิธีนี้ก็จะเป็นการเก็บได้อีก 1 วิธีครับ
วิธีการเก็บรักษาวิธีที่ 2 เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่มีเลนส์ 2-3 ตัวขึ้นครับ ก็ต้องมองหาพื้นที่ที่ใช้การเก็บที่ใหญ่ขึ้นกว่ากระเป๋าและมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นกว่ากระเป๋า ผมก็แนะนำเป็นกล่องกันความชื้นแล้วครับ จะมีพื้นการใส่ได้มากขึ้น การเลือกกล่องก็มีหลายขนาดครับ แต่ละขนาดก็จะเรียกกันเป็นลิตรครับ จำนวนเลขยิ่งเยอะก็ยิ่งจะเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ได้อีกเยอะครับ
กล่องกันความชื้นจะมีการทำงานอยู่หลายแบบครับ แบบที่1 ก็จะเป็นแบบใช้สารกันชื้นใส่ไว้ในกล่องแบบวิธีแรกที่กล่าวไปครับ แต่ตัววัดความชื้น Thermometer จะมีติดอยู่ที่หน้ากล่องเวลาดูจะสะดวกกว่าแบบที่ใส่ไว้ในกระเป๋าครับ ส่วนแบบที่ 2 จะเป็นแบบเครื่องการดูดความชื้นจะเป็นสารกันชื้นเหมือนกันแต่ตัวเม็ดสารกันชื้นสามารถเปลี่ยนสีได้ครับ ถ้าเม็ดดูดความชื้นไปนาน ๆ สีก็จะเปลี่ยนจากเข้มเป็นอ่อนก็สามารถชาร์จไฟให้เป็นสีเข้มแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้อยู่เรื่อย ๆ ครับ แบบสุดท้าย จะไม่เหมือนทั้งสองแบบที่กล่าวครับ กล่องนี้จะต้องใช้แรงสักนิดครับ โดยใช่ดูดอากาศแบบปั้มลมครับ โดยการสูบลมในกล่องออกมาครับ วิธีแบบนี้ก็จะเก็บได้นานโดยไม่ต้องกลัวว่าสารกันจะหมดหรือเสื่อมเลยครับ
ทั้ง 3 แบบนี้ตัวกล่องจะมีเข็ม Thermometer ติดอยู่ที่หน้ากล่องครับโดยหลักการจะเหมือนกันหมดครับ แต่ตัวที่ติดกับกล่องจะไม่มีตัววัดอุณหภูมิครับ จะมีแต่วัดความชื้นสัมพันธ์อย่างเดียวครับ
วิธีการเก็บรักษาวิธีที่ 3 สำหรับท่านที่มีเลนส์มากกว่า 5 ตัวขึ้นไปก็คงต้องมองหาตู้กันความชื้นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ากระเป๋าและกล่องแล้วละครับ ตู้กันความชื้นจะมีให้เลือกเหมือนกล่องครับ คือเลือกขนาดตู้เป็นลิตรครับ ก็จะมีให้เลือกตั้ง 30 ลิตรขึ้นไปครับ การเลือกต้องคำนึงถึงอุปกรณ์ที่จะไว้ และพื้นที่ที่จะตั้งด้วยนะครับ การทำงานของตู้กันความชื้นจะเหมือนกับตู้เย็นครับ คือต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลา เพื่อดูดความชื้นตลอดครับ ในตัวเครื่องสามารถปรับได้ 3 ระดับ คือ L, M, H แล้วแต่สภาวะในตู้ว่ามีความชื้ฃ้อนมากหรือน้อย ถ้ามากก็ต้องตั้งไปที่ H หรือน้อยก็ต้องปรับไปที่ L หรือต้องการพอดีก็เลือกตั้งไปที่ M
การเก็บรักษาเลนส์ให้อยู่กับเราได้นานๆก็มีอยู่เท่านี้ครับ นี้คือขั้นตอนที่จะช่วยยืดอายุเลนส์ให้ใช้ได้นานนับเป็น 20-30 ปีได้สบายเลยครับ ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือฟิวเตอร์ครับ จะช่วยปกป้องหน้าเลนส์ไม่ให้รอยขีดขวนทำร้ายหน้าเลนส์ได้ และยังช่วยการกระแทกก่อนจะถึงหน้าเลนส์อีกด้วยครับ
วันนี้ก็ได้รู้วิธีช่วยป้องกันเลนส์จากราและฝ้าอีกหลากหลายวิธีนะครับ และแต่ความเหมาะสมที่จะเลือกใช้กันครับ ส่วนท่านใดที่ติดปัญหาการเลือกขนาดของตู้, กล่อง, กระเป๋า หรืออื่น ๆ สามารถให้เรา Digital2home แนะนำให้ก็ได้นะครับ ก่อนจากกันผมแนะนำอีกอย่างอย่างวางกล้องหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องไว้ในตู้เสื้อผ้านะครับ ระวังราจะถามหานะครับ สำหรับวันนี้ผมขอลาไปก่อนนะครับ แล้วพบกันไหมในสัปดาห์หน้านะครับ สนุกกับการถ่ายภาพนะครับ
Tags: วิธีเก็บเลนส์กล้อง, เลนส์กล้อง



















