Canon PowerShot G11
โดย Mr.D2H
เปิดตัวกันออกมาแล้วครับ กับการรอคอยกล้องดิจิตอลคอมแพคที่มีประสิทธิภาพอย่างกล้อง D-SLR จากรุ่นพี่ที่สร้างชื่อกันอย่างต่อเนื่องทั้ง Canon PowerShot G9, Canon PowerShot G10 จนมาถึง Canon PowerShot G11 เป็นกล้องดิจิตอลตระกูล G ซีรี่ย์ รูปทรงสวยงาม ดูคลาสสิค ที่รูปร่างอาจจะแตกต่างจากเดิมสักหน่อยครับ แต่มีความสามารถที่มากขึ้น คือ หน้าจอสามารถพับหมุนได้ครับ ช่วยให้การถ่ายภาพมุมล่างหรือมุมสูง ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและง่ายขึ้น
ความแตกต่างระหว่าง Canon PowerShot G10 กับ Canon PowerShot G11 มีคนถามกันอย่างมากมายครับ ว่าแตกต่างกันอย่างไร หลักๆที่เห็นกันอย่างชัดเจนคือ
- ความละเอียดพิกเซล
Canon PowerShot G10 มีความละเอียดที่ 14.7 ล้านพิกเซล
Canon PowerShot G11 ความละเอียดลดลงเหลือ 10 ล้านพิกเซล
จนทำให้มีหลายกระแสแฟน ๆ ของ Canon ตระกูล G ต่าง-งง-กันว่าทำไมตัวใหม่ความละเอียดไม่เพิ่มกับลดลงกว่าเดิมอีก ดังนั้นผมเลยหาคำตอบที่ได้มาจากฝ่ายเทคนิคของ Canon เลยครับ
คำตอบคือ ในปัจจุบันการใช้กล้องดิจิตอลโดยส่วนใหญ่ การเลือกความละเอียดถ้าไม่ได้อัดขยายขนาดใหญ่เท่าฝาบ้านก็คงไม่ต้องเลือกความละเอียดถึง 10 ล้านพิกเซล เพราะคนใช้ส่วนใหญ่ก็ถ่ายแล้วเก็บข้อมูลลงใน CD หรือ คอมพิวเตอร์เพียงเท่านั้น หรือบางท่านก็แค่ถ่ายแล้วนำไปอัดขยายไซน์ที่เป็น 4×6 และ 8×10 การเลือกความละเอียดหลักๆก็แค่ 5 ล้านพิกเซล ก็เพียงพอต่อความต้องการแล้วครับ ดังนั้นทาง Canon จึงคิดว่าถ้าออกตัวใหม่เราคงไม่เพิ่มค่าความละเอียด - Canon PowerShot G11 จะเพิ่มความคมชัด และความสามารถเรื่องความเปรียบต่างของภาพโทนสว่างกับโทนมืดให้ดีกว่าเดิมดีกว่า ที่เรียกว่า ไดนามิกเรนซ์ Dynamic Range ดี ความผิดเพี้ยนของสี เช่น Purple Fringing(ขอบม่วง)เกิดน้อยมาก ให้คุณภาพภาพที่เทียบเท่ากล้อง DSLR ที่คุณภาพสูง และภาพที่ได้จากการถ่ายในสภาวะแสงน้อยได้ดีขึ้น เซ็นเซอร์รับภาพ Canon PowerShot G10 กับ Canon PowerShot G11 ใช้ CCD ขนาดเท่าเดิม 1/1.7″ ซึ่งแคนนอนระบุว่าเป็น High Sensitivity CCD
- ดีไซน์ที่เพิ่มขึ้นคือหน้าจอที่หมุนพับได้ จากอดีต คุณจะเคยเห็นหน้าจอของ Canon ที่หมุนพับได้จะมีแค่ ตระกูลกล้องดิจิตอลที่เป็นตระกูล A และ S ในรุ่นๆใหม่ที่ผลิตขึ้นมา จนมาถึง Canon PowerShot G11 ที่ได้นำหน้าจอที่พับหมุนได้มาใส่ตามความเรียกร้องจากกลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบกล้องดิจิตอลในตระกูล G ได้อย่างลงตัว
- ขนาดหน้าจอ
Canon PowerShot G10 จะมีขนาด 3 นิ้ว
Canon PowerShot G11 จะมีขนาด 2.8 นิ้ว ถ้าดูแล้วคงเห็นความต่างไม่มากเท่าไรนัก
สิ่งที่เราเห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดที่ดูแล้ว Canon PowerShot G11 ที่เพิ่มความสามารถมากขึ้นกว่า Canon PowerShot G10
- ค่าความเร็วชัตเตอร์ทั้ง 2 รุ่นนี้เหมือนกันครับ เพราะจับภาพได้เร็ว และการทำงานของระบบเร็วกว่าและต่อเนื่องมากครับ แต่ถ้าคนที่อยากจะใช้ในการถ่ายภาพกระสวยอวกาศ หรือจรวด ก็สามารถเลือกค่าความเร็วชัตเตอร์ได้สูงถึง 1/4000 วินาที เลยครับ
แต่การปรับค่าความไวแสงสูงด้วยกันทั้ง 2 รุ่นครับ การเลือกค่าความไวแสงจะต่างกันคือ Canon PowerShot G10 จะสามารถเลือก ISO ถึง 1600 แต่ Canon PowerShot G11 จะสามารถเลือก ISO ถึง 3200 ครับ - ถ่ายภาพต่อเนื่อง Canon PowerShot G11 สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงขึ้นจากเดิม เป็น 1.1 fps แต่ก็ยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกล้องรุ่นอื่นๆ Canon PowerShot G10 ที่ได้ 0.7 fps
- ระบบแฟลช สามารถใช้งานได้เหมือนกล้องดิจิตอลทั่วไปครับ ขอแนะนำเพิ่มเติมถ้าต้องการใช้ระบบแฟลชที่เต็มรูปแบบแนะนำให้เลือกโหมดถ่ายภาพตั้งแต่ โหมด P ขึ้นไป ข้อดีของทั้ง 2 รุ่นนี้ยังสามารถต่อแฟลชนอกเพื่อใช้งานให้ได้คุณภาพที่ดียิ่งขึ้นอีก แฟลชในตัว เพิ่มระยะจากเดิมที่ 4.6 m ในตัว Canon PowerShot G10 เป็น 7 m ใน Canon PowerShot G11 ระยะเพิ่มขึ้นมาให้ใกล้เคียงกล้องดิจิตอลที่สามารถซูมได้เยอะ เพราะปกติแฟลชในตัวของกล้องคอมแพคตัวเล็กมักจะแสงไฟแฟลชที่ค่อนข้างน้อย และยังเพิ่ม sync speed จากเดิม 1/500 เป็น 1/2000 วินาที ทำให้ใช้แฟลชกับความเร็วชัตเตอร์สูงๆได้ ในกรณีถ่ายภาพในยามค่ำคืนที่มีการเคลื่อนไหวเร็วได้ดีขึ้น
- โหมดถ่ายภาพที่เพิ่มขึ้นใน Canon PowerShot G11 คือ Low Light Mode สัญลักษณ์โหมดถ่ายภาพจะเป็นสัญลักษณ์ รูปเทียน ใช้งานเวลากรณีถ่ายภาพในที่แสงน้อย กล้องจะทำการคำนวนให้ในค่าความไวแสง หรือ ISO ตั้งแต่ 3200 ถึง 12800 ให้เอง
- โหมดถ่ายภาพที่เพิ่มขึ้นใน Canon PowerShot G11 คือ Quick Shot Mode สัญลักษณ์โหมดถ่ายภาพจะเป็นสัญลักษณ์ รูปขีดสามขีดแล้วเป็นรูปกล้อง ใช้งานเวลากรณีถ่ายภาพที่ต้องการจับวัตถุให้หยุดนิ่ง กล้องจะทำการคำนวนค่าให้ความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้นเพื่อจับภาพวัตถุได้หยุดนิ่ง
- น้ำหนักและขนาดของ Canon PowerShot G10 กับ Canon PowerShot G11 จะแตกต่างกันครับ โดย Canon PowerShot G11 จะมีขนาด 112 x 76 x 48 mm. และน้ำหนัก 375 g ส่วน Canon PowerShot G10 จะมีขนาด 109 x 78 x 46 mm. และน้ำหนัก 390 g
จุดเดิมที่ยังคงความสามารถของ Canon PowerShot G10 กับ Canon PowerShot G11 มีทั้ง 2 รุ่นนี้คือ
- โหมดการถ่ายภาพมีให้เลือกทั้งแบบ Auto, SCN (Screen Mode) , M หรือ Manual Mode, PANORAMA, Color swap และ Color Accent ทั้ง 2 รุ่นนี้ก็สามารถปรับได้
โหมด SCN (Screen Mode) สามารถเลือกได้เองตามเหตุการณ์การถ่ายภาพต่างๆ อาทิเช่น โหมดถ่ายภาพบุคคล, โหมดถ่ายภาพบุคคลตอนกลางคืน, โหมดถ่ายภาพเด็ก/สัตว์เลี้ยง, โหมดถ่ายภาพในร่ม,โหมดถ่ายภาพยามเย็น,โหมดถ่ายภาพดอกไม้ไฟ, โหมดถ่ายภาพหาดทรายกับทะเล, โหมดถ่ายภาพใต้น้ำ(ต้องใส่อุปกรณ์ของกล้องสำหรับลงน้ำก่อนนะครับ), โหมดถ่ายภาพต้นไม้, โหมดถ่ายภาพหิมะ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ การถ่ายภาพง่ายกับโหมด SCN (Screen mode)
โหมด M หรือ Manual Mode สำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่องถ่ายภาพที่จะใช้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ภาพน้ำตก ภาพเส้นไฟ ก็สามารถปรับได้เลยครับ
Color swap ฟังก์ชั่นนี้มีไว้สำหรับเปลี่ยนสีของวัตถุ อาทิเช่นถ้าคุณใส่เสื้อสีส้ม เราก็สามารถเปลี่ยนสีของเสื้อคุณให้เป็นสีแดงได้เลย เพียงแค่คุณเลือกสีที่ต้องการเปลี่ยนนำมาเปลี่ยนสีของวัตถุที่เราต้องการจะ เปลี่ยนได้ดั่งใจเลยครับ ว่าง่ายๆ เป็นฟังก์ชั่นที่เป็นจุดขายของค่าย Canon เลยครับ สำหรับการถ่ายภาพที่เหมือนการตกแต่งภาพเลยครับ ฟังก์ชั่นนี้จะให้สนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้นครับ การทำงานถ้าเราเลือกใช้จะมีกรอบเล็กอยู่ที่กลางจอภาพ สามารถเลือกการทำงานได้ดั่งใจ
Color Accent ฟังก์ชั่นนี้จะทำให้ภาพคุณเด่นขึ้นมาในทันทีครับ เพราะถ้าเลือกใช้ภาพที่ต้องการถ่ายโดยรอบจะเป็นสีขาวดำหมดแต่จะมีสีที่คุณ เลือกเด่นสง่าเพียงสีเดียวครับ อย่างถ้าถ่ายภาพวัตถุที่เป็นสีฟ้า ภาพทั้งภาพก็จะเป็นสีขาวดำแล้วสีฟ้าที่เราเลือกก็จะเด่นขึ้นมาเพียงสีเดียวครับ ช่วยให้คุณสร้างสรรค์ภาพใหม่ๆ ได้ถูกใจเลยครับ
2. ระบบกันสั่น (Image Stabilization) มีระบบกันสั่นที่จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุดคือการถ่ายภาพในกรณีที่ มีแสงมากๆ ถ้ากรณีที่มีแสงน้อยแล้วมือสั่นมากกันสั่นก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ครับ เพราะทั้ง 2 รุ่นนี้กันสั่นจะใช้การขยับของชิ้นเลนส์ครับ ซึ่งหลักการทำงานจะเหมือนกันทั้ง Canon PowerShot G10 และ Canon PowerShot G11 ทั้ง 2 รุ่น
3.ค่ารูรับแสงทั้ง Canon PowerShot G10 กับ Canon PowerShot G11 มีขนาดที่เท่ากันคือ F2.8-4.5 โดยช่วงเลนส์การซูมมีขนาด 5 เท่า หรือเทียบเท่ากับ เลนส์ที่เป็นในแบบกล้อง D-SLR ที่ 24-140mm. ระยะมาโครสำหรับผู้ที่มองจะถ่ายดอกไม้ อัญมณี หรือสินค้าต่างๆ ทั้ง 2 รุ่นนี้สามารถถ่ายได้ใกล้มากๆ เลยครับ เพราะใกล้ได้ถึง 1 ซ.ม. เลยครับ
4.ระบบถ่ายภาพตั้งเวลาถ่าย (Self-Timer) ก็สามารถตั้งได้ แบบ 2 วินาที หรือ 10 วินาที ก็สามารถเลือกใช้งานได้ครับ และเป็นเทคนิคในการถ่ายภาพพลุ และไฟกลางคืนด้วยครับ แต่ต้องติดขาตั้งด้วยนะครับ มิฉะนั้นภาพเบลอแน่นอนครับ และยังมีฟังก์ชั่นใหม่เพิ่มขึ้นที่เรียกว่า Face Self-Time (นับจำนวนใบหน้าตามที่ต้องการแล้วจึงถ่ายภาพให้) ที่สามารถตั้งเวลาถ่าย 2 วินาที หรือ 10 วินาที ได้โดยติดกล้องกับขาตั้งกล้อง หรือที่วางที่สามารถวางกล้องได้ (ระวังกล้องตกนะครับ) แล้วเลือกเซ็ทกล้องก่อนว่าต้องการจะจับกี่ใบหน้าก่อนถ่าย หลังจากนั้นก็เล็งไปที่ฉากหลังที่เราต้องการถ่าย แล้วค่อยวิ่งเข้าไปที่กล้องได้เลยครับ ถ้าสมมุติว่าคนที่ถ่ายยังวิ่งมาไม่ถึงหน้ากล้อง กล้องก็ยังไม่ถ่ายครับโดยมีเวลาให้ถึง 30 วินาทีเลยถึงจะถ่ายแต่ถ้าผู้ถ่ายวิ่งมาถึงหน้ากล้องกล้องจะทำการจับเวลาที่ที่ผู้ถ่ายได้ ตั้งไว้แล้วทำการบันทึกภาพครับ ถือเป็นลูกเล่นอัจฉริยะอีกโหมดหนึ่งในกล้อง Canon PowerShot G11
5.สำหรับไฟล์ RAW มีทั้ง Canon PowerShot G10 กับ Canon PowerShot G11 ซึ่งไฟล์ RAW ใช้กับโปรแกรมการแต่งภาพ หรือต้องการภาพที่ได้คุณภาพสูงคนถ่ายจะเลือกที่ใช้ไฟล์นี้ สำหรับกล้องดิจิตอลโดยทั่วไปเป็นไฟล์ Jpeg ในการใช้งาน
6.หน้าจอมีความละเอียด 461,000 พิกเซล มีช่องมองภาพช่วยกรณีแบตเตอรี่ต่ำ และเป็นการประหยัดแบเตอรี่ไปในตัวเหมือนกล้องฟิล์มสมัยก่อนครับ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือในเวลาแสงจร้ามองเห็นหน้าจอไม่ค่อยชัด ก็สามารถมองที่ช่องมองภาพแทน
7.การเชื่อมต่อ รองรับในแบบ HDMI และรองรับการ์ดแบบ SDHC สูงถึง 32 GB ความละเอียดสูงสุดในการถ่ายภาพเคลื่อนไหว ยังคงเป็น 640×480 @ 30fps ความละเอียดถือว่าไม่สูงมากถ้าเทียบกับกล้องรุ่นอื่นที่เป็นระบบ HD เหมือนกัน เนื่องจากรุ่นนี้อาจจะไม่เน้นในด้านการถ่ายภาพเคลื่อนไหวมากนักแต่เน้นหนักในทางภาพนิ่ง
สำหรับท่านใดที่ชอบการดำน้ำถ่ายภาพ คงต้องหาอุปกรณ์ที่ช่วยสำหรับการดำน้ำที่เรียกกันว่า Housing ซึ่งรุ่น Canon PowerShot G10 กับ Canon PowerShot G11 จะใส่คนละรุ่นกันครับ โดย Canon PowerShot G10 จะต้องใช้เป็นรุ่น Canon WP-DC28 ส่วน Canon PowerShot G11 จะต้องใช้เป็นรุ่น Canon WP-DC34 วิธีการทดลองก่อนที่จะเอาไปลงน้ำแนะนำให้ลองนำกระดาษชิชูใส่ลงในอุปกรณ์ก่อนครับ หลังจากนั้นก็แช่ไว้ในอ่างทิ้งไว้สัก 1 คืน พอหลังจากนั้นก็เช็คดูว่ากระดาษชิชูมีน้ำซึมหรือไม่ก่อนใช้งานจริงครับ สำหรับราคา Housing โดยประมาณ 8,000 กว่าบาทครับ (ราคาโดยประมาณ)
ถ้าได้อ่านบทความที่ผมนำมาเล่าละก็คงจะเห็นความต่างของ Canon PowerShot G10 กับ Canon PowerShot G11 จะได้ตัดใจจาก Canon PowerShot G10 ได้ครับ เพราะตัวสินค้าเลิกผลิตแล้ว อาจจะมีสินค้าจำหน่ายในตลาดแล้วครับ เท่าที่ได้ลองสัมผัสมาต้องยอมรับว่าคุณภาพภาพ ความคมชัดสีสันทำได้ดีขึ้นถ้าเทียบกับราคาแล้วผมยอมรับว่าคุ้มค่าคุ้มราคาครับ สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพและพกพาสะดวกครับ




















BentoO
15 เมษายน 2010 เมื่อ 12:49 pmรบกวนนิดนึง เพิ่งซื้อ g11 มา แต่เล่่นโหมด color swap กับ color accent ไม่เป็นอ่ะค่ะ ต้องเล่นยังไงค่ะ