ความแตกต่างระหว่าง LCD TV, LED TV และ Plasma TV
โดย Mr.D2H
กาลเวลาเปลี่ยนแปลงยุคสมัยเริ่มเปลี่ยนวิวัฒนาการและเทคโนโลยีก็หมุนเวียน เปลี่ยนตาม จากเดิมที่เริ่มจำความได้ว่าทีวีบ้านเราๆนั้นจะเป็นจอสีเหลี่ยมจัตุรัส ที่ มีขนาดให้เลือกตั้ง 14,21,25,29นิ้วให้คุณเลือกตามกำลังและความต้องการ เวลาล่วงเลยมาได้2-3ปีให้หลังคุณอาจจะเห็นทีวีลดน้อยลงไปแทบจะไม่เห็นเลย เพราะ Plasma TV กับ LCD TV จากความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าทั้งความสามารถทั้งขนาดที่ดูแล้วควบคู่มากับราคาที่เปลี่ยนจากเดิม จึงทำให้ เข้ามาตีตลาดให้จอทีวีค่อยๆลดหายลงไป และในปัจจุบันสิ่งเปลี่ยนแปลงและค่อยๆก้าวเข้ามาคือ LED TV
หลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องสเป๊กกล้องและความสามารถ และเทคนิคการถ่ายภาพ กันไปได้ระยะหนึ่งเพื่อๆประโยชน์ของแฟนๆ www.Digital2home.com เราจะมีบทความดีๆที่ค่อยมาสลับสับเปลี่ยนเรื่องของเทคโนโลยีทั้งเรื่อง LCD โน๊ตบุ๊ค และพลาดไม่ได้ข่าวคราวเรื่องกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ และเทคนิคการถ่ายภาพต่างๆ มาสลับหมุนเวียนให้ท่านได้อ่านและติดตามครับ
คงอยากรู้กันแล้วสินะครับว่าทั้ง LCD TV, LED TVและPlasma TV แตกต่างกันอย่างไร เรามาเริ่มรู้จักที่ละอย่างเลยครับ เริ่มที่ตัวของ LCD TV ก่อนเลย จากราคาที่น่าสนใจและตลาดที่แทบจะทุกค่ายผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ผลิตออกกันมาส่วนใหญ่จะเป็น LCD TV
LCD TV (Liquid Crystal Display) ซึ่งใช้หลอดไฟ CCFL หรือ Cold Cathode Fluorescent Lamp ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดผอมคล้ายๆหลอดกาแฟ เรียงในแนวนอนยาวลงมาเป็นตัวกำเนิดแสง แสดงภาพโดยเริ่มจากแหล่งกำเนิดแสง Backlight ส่องแสงไปที่ผลึกเหลว (ลักษณะ คล้ายๆเยลลี่ ดังนั้นถ้าลองสังเกตดูว่าถ้าเอามือจิ้มลงไปที่จอจะรู้สึกว่านิ่มๆ) ที่หยอดเอาไว้ระหว่างช่องกระจกจะถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ทำให้โมเลกุลของลิควิดคริสตัลในส่วนของจุดภาพ พิกเซล (pixel) นั้นหมุนเป็นมุม 90 องศา เพื่อให้เกิดได้ทั้งจุดสว่าง และจุดมืด (แต่ละพิกเซลไม่สามารถกำเนิดแสงได้เอง) หากเรากล่าวว่าเทคนิคของ LCD คือการบิดตัวโมเลกุล แล้วเอาเงาของมันมาใช้งานก็ถือว่าถูกต้องอย่างที่สุด LCD ทีวีจะมีหลายขนาดมากๆ ไล่ตั้งแต่ 15 นิ้ว ไปจนถึง 108 นิ้ว ครับ
LED TV ย่อมาจาก Light Emitting Diode เป็นหลอดไฟขนาดเล็กจิ๋ว อาทิเช่นหลอดไฟท้าย Minor Change ของ Honda Civic โฉมปัจจุบัน ซึ่งใช้หลอด LED เป็นตัวกำเนิดแสง และมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สีทั้งสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด LED ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสันต่างๆ
PLASMA TV ภาพแบบพลาสม่าทีวี แสดงภาพโดยการใช้แสงที่เกิดจากการแตกตัว ionized ของ neon gas (นีออน)เพื่อแสดงผลของภาพออกมาที่แผงหน้าจอ ภายในจอภาพมีองค์ประกอบที่เต็มไปด้วย neon gas แต่ละพิกเซลกำเนิดแสงได้เองPlasma ทีวี จะเน้นทำแต่ ขนาดใหญ่ๆครับ 42 นิ้วขึ้นไป จนถึงขนาด 150 นิ้ว ครับ
ความแตกต่างของจอทั้ง 3 ชนิดคือ หลอดภาพที่แตกต่างกันในการแสดงผลครับ ข้อดีข้อเสียของของจอทั้ง 3ชนิด มีดังนี้ครับ
ข้อดีของ LCD TV
1. ให้สีที่สว่างสดใสเหมาะกับการแสดงสีกราฟฟิก เช่น การ์ตูน , สารคดี และละคร
2. เหมาะกับการนำไปเป็น Monitor ของคอมพิวเตอร์
3. เหมาะสำหรับใช้ในห้องที่สว่างสูง เช่นห้องนั่งเล่นหรือ ห้องรับแขก (หรือท่านที่จะซื้อเพื่อใช้ไปติดตั้งในร้านค้าหรือร้านอาหาร แอลซีดี ทีวีก็จะเหมาะสมกว่า)
4. อาการ Burn-In จะไม่โอกาสไม่เกิดขึ้นเลย
5. แอลซีดีทีวียังกินไฟน้อยกว่าด้วยนะครับ
ข้อดีของ LED TV
1.ลักษณะจอมีขนาดบางกว่าจอLCD และจอPlasma
2.ความสว่างและสีสันค่อนข้างสดกว่า
3.กินไฟน้อยกว่าจอทั้ง2ชนิด
ข้อดีของ Plasma TV
1. สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดีกว่า เนื่องจากมี Response Time .001 ms จึงเหมาะกับการใช้รับชมภาพยนตร์ Action และการรับชมกีฬาเป็นอย่างมาก
2. อายุการใช้งาน ยาวนานกว่าที่ 100,000 ชั่วโมง (Half Brightness)
3. สามารถแสดงระดับพื้นสีดำได้ดีกว่า
4. มีคอนทราสต์ที่สูงกว่าทำให้เห็นมิติของภาพได้ดีกว่า
5. มุมมองจอภาพที่กว้างกว่า แอลซีดี
6. ให้สีที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ มากกว่า สีออกโทนอุ่น
ข้อเสียของ LCD TV
1. ไม่สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดี เนื่องจากมี Response Time เร็วที่สุดในขณะนี้เพียงแค่ 2 ms เท่านั้น
2. มีความเพี้ยนของสีเกิดขึ้นโดยเฉพาะสีแดง, โทนสีผิว, สีท้องฟ้า ทะเล
3. ไม่สามารถแสดงสีดำสนิทได้เนื่องจาก Backlight เปิดตลอดเวลาในขณะที่เครื่องทำงาน ทำให้มีแสงขาวเล็ดลอดออกไปในฉากที่เป็นสีดำ จึงทำให้ฉากสีดำเป็น “ดำสว่าง” ไม่ใช่ “ดำมืด” อย่างที่ควรเป็น
ข้อเสียของ LED TV
1.ราคาแพงกว่า จอLCD และ Plasma
2.ตลาดยังไม่ได้รับความนิยมเพราะ ในปัจจุบันมีแค่ยี่ห้อ Samsung เท่านั้น
ข้อเสียของ Plasma TV
1. อาการ Burn-In มีโอกาสเกิดขึ้นได้ถ้าเปิดภาพนิ่งเป็นเวลานานๆ เช่นโลโก้ช่อง 7 หรือโลโก้ True Vision เป็นต้น (ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการนำไปเป็น Monitor ของคอมพิวเตอร์)
2. ไม่เหมาะสำหรับใช้ในห้องที่สว่างสูง เช่นห้องนั่งเล่น หรือกลางแจ้ง
3. หน้ากระจก ทำให้เกิดการสะท้อนเป็นเงาได้
4. กินไฟมากว่าทั้งจากตัวทีวีเอง และการทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้นเพราะ Plasma TV มีความร้อน ออกมาจากตัวเครื่องมากกว่า
5.ค่าซ่อมแพง ซ่อมต้องซ่อมเปลี่ยนทั้งหลอดภาพหมดทั้งชุด
นี้คือข้อมูลเบื้องต้นที่ได้ค้นหาข้อมูลจากหลายๆ เว๊ปครับ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับท่านใดที่อยากเปลี่ยนจอทีวีมาเป็น จอLCD กันครับ ถือเป็นข้อมูลให้เริ่มเรียนรู้กันก่อนนะครับ จะได้เริ่มตัดสินใจได้ถูกครับ สำหรับหน้าเว๊ปของ Digital2home ก็จะมีส่วนของ LCD TV และ Notebook มาเป็นข้อมูลเพิ่มเติมให้ครับ สำหรับท่านใดที่สนใจก็สามารถคลิ๊กชมก่อนได้ครับ หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-251-4679ครับ<–>




















vee
29 สิงหาคม 2009 เมื่อ 2:28 pmไม่ได้มีแค่ยี่ห้อ somsung นะ ของ sony ก็มีอยู่ในตระกูล x series เพียงแต่เค้าไม่ได้โฆษณาเท่านั้นเอง ไม่เว่อร์เหมือน somsung
เสือ
16 ธันวาคม 2009 เมื่อ 9:18 pmเดี่ยวนี้ LG ก็มี LED แต่สงสัทำไมคุณไม่บอก ระดับ TruMotoin มีค่าสูงมาก เช่น 240 Hz จะมีผลอย่างไร เพราะ LG เขามีถึง 240 Hz และ Response เพียง 1 ms
เสือ
16 ธันวาคม 2009 เมื่อ 9:27 pmขอเรียนถามอีกสักเรื่อง LCD เมื่อชมรายการโทรทัศน์ ทั่วไป ทำไมคนในรายการถึงได้อ้วนเตี้ยผิดสัดส่วนหมดเลย มีสักยี้ห้อไม่ที่ดูแล้วสัดส่วนภาพเหมือนกับ TV CRT ไม่ใช่ปรับสัดส่วนเป็น 4:3 เพราะมันเหลือแถบดำข้างๆจอ อย่างนี้ไม่เอา
digital2home
17 ธันวาคม 2009 เมื่อ 4:17 pmวิธีการแก้คือต้องปรับเป็น 4:3 เท่านั้น ต้องยอมติดแถบดำครับ เพราะสัญญาณในบ้านเราเป็นระบบ 4:3 แต่จอส่วนใหญ่ที่มีจำหน่ายเป็น 16:9 ดังนั้นก็ต้องหาดูที่เป็น 4:3 แต่ก็หายากมากครับ
digital2home
17 ธันวาคม 2009 เมื่อ 4:27 pmความหมายของ TruMotoin ของ LG หรือ Motionflow เป็นการสร้างเฟรมขึ้นมาเเทรกให้ได้ความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้นของการเเสดงผล (Smooth) มากยิ่งขึ้น ถ้าค่าตรงนี้ยิ่งสูงก็ยิ่งดี แต่ไม่ใช่เสมอไป ทางที่ดีก็ต้องเห็นด้วยตาคุณจะรู้สึกถึงความต่าง
Khwan
24 กุมภาพันธ์ 2010 เมื่อ 3:35 pmขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
Tis
22 มีนาคม 2010 เมื่อ 1:39 pmกำลังมองหาซื้อทีวีพอดี เป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจได้ดีเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ponvon
25 เมษายน 2010 เมื่อ 8:48 pmขอบคุณมากครับเป็นประโยชน์มาก
หนึ่ง
8 มิถุนายน 2010 เมื่อ 1:14 pmในงบประมาณที่ไกล้เคียงกัน ควรเลือกซื้อ TV ขนาดหน้าจอเท่ากันแบบไหน ระหว่าง
1. LCD TV ที่มี Full HD
2. LED TV
digital2home
9 มิถุนายน 2010 เมื่อ 2:28 pmถ้าเทียบราคาเเละมีงบเพียงพอผมจะเลือก LED ครับ แต่ถ้างบไม่พอ ก็จะเลือก LCD ที่เป็น Full HD ครับ
Brandy Crest
17 มิถุนายน 2010 เมื่อ 2:36 amSony มีทีวีจอแบนแบบ LED จริง แต่เป็น Edge LED ที่ติด Back Lightด้วยหลอด LED ไว้ที่ขอบจอซึ่งจะเปิดตลอดเวลาให้ Liquid Crystal บิดตัวให้สีต่างๆในแต่ละ Pixle จึงไม่มืดสนิทเวลามีฉากมืด ไม่ใช่ Full LED ที่ฝังหลอด LED กระจายเต็มจอ เวลาฉากในจอส่วนไหนที่มืด LED ส่วนนั้นจะปิดตาม
ต้นจบก
20 กรกฎาคม 2010 เมื่อ 1:58 pmดูไปตอนนี้ LCD น่าจะดีที่สุด
say
22 กรกฎาคม 2010 เมื่อ 8:35 amผมกำลังจะตัดสินใจซื้อ TV32″ ระหว่าง sony ex400/pana L32U20 อย่างไหนดีกว่ากัน
ในการใช้งานคุ้มค่า ? หน้าจอ sony ผลิตจากจีนจริงหรือไม่ ?
digital2home
22 กรกฎาคม 2010 เมื่อ 6:56 pmจริงครับ หลายๆยี่ห้อต้องนี้ก็จะมีฐานผลิตที่จีนเเล้วครับ แต่ควบคุมการผลิตมาตรฐานเดียวกับประเทศญี่ปุ่น