2 คืน 3 วัน ตะลุยต่างแดน กับ Fuji Z700
MR.D2H
หลังจากห่างหายกันไประยะหนึ่ง วันนี้ กระผมก็มีบทความดี ๆ มาฝากกันอีกแล้วครับ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปต่างแดนมาครับ นั่นก็คือ ประเทศสิงคโปร์ งานนี้ต้องขอขอบคุณทาง บริษัท ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย จำกัด เป็นอย่างมากครับ ที่มีกิจกรรมดี ๆ ได้ไปดูงานยังต่างประเทศในครั้งนี้ครับ ดังนั้นผมจึงไม่รอช้าที่จะเอาเรื่องดี ๆ ภาพสวย ๆ มาฝากท่านสมาชิกของ Digital2home กันครับ และก็เกิดเป็นเรื่องที่ต้องคิดขึ้นมาครับ ว่าในการตะลุยต่างแดนในครั้งนี้ผมจะเอากล้องดิจิตอลแบบไหนไปดี จะเป็นกล้อง DSLR ดี ? หรือ กล้องคอมแพค ดี ? เมื่อมานั่งคิดแล้วคิดอีก คำถามก็เกิดขึ้นว่า เราไปเที่ยวครั้งนี้ก็เป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ชุดลำลองที่ต้องเตรียม ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จะต้องนำไป และ ขากลับยังอาจต้องมีของฝากอีก ผมจึงเลือกที่จะเอากล้องคอมแพคไปมากกว่าครับ และก็ได้มาลงตัวที่ Fujifilm FinePix Z700EXR อย่างแรกที่ผมคิดคือดีไซน์ต้องมีขนาดบาง และน้ำหนักค่อนข้างเบาครับ ซึ่ง Fuji Z700 EXR ก็มีขนาดแค่ 98 x 59 x 20 มม. และน้ำหนักเพียง 158 กรัม เท่านั้นครับ ถือเป็นกล้องที่มีน้ำหนักเบาและดีไซน์ถูกใจวัยรุ่นอย่างผมเลยครับ จุดเด่นอีกอย่างคือหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ ถึง 3.5 นิ้ว ครับ หน้าจอสัมผัสได้ ความละเอียด 460,000 พิกเซล ทำให้ผมดูภาพที่ถ่ายได้อย่างชัดเจนครับ แต่ถ้าไปเที่ยวหลาย ๆวันอย่างผมสิ่งที่ควรนำไปด้วยคือแบตเตอรี่สำรองอีกก้อนครับ เพราะเวลาเราใช้งานจริงก็จะมีทั้งถ่ายใช้แฟลซ ดูภาพ ลบภาพ เปิดปิดเครื่องอยู่ตลอด ก็จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นครับ พร้อมกันหรือยังครับที่จะไปเที่ยวสิงคโปร์กับผม ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันครับ วันที่ผมไปคือ 22 มิถุนายน เดินทางจากสนามบิน สุวรรณภูมิ ด้วยสายการบิน JetStar ครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบิน ชางจี ( Changi Internationnal Airport ) ซึ่งถือเป็นสนามบินแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์ครับ ถ้าเทียบกันระหว่างสนามบิน สุวรรณภูมิ กับ สนามบิน ชางจี สนามบินบ้านเราสวยและใหญ่กว่ามากครับ
ภาษาที่ใช้ที่นี่จะใช้เป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีนกลาง เป็นหลักครับ ซึ่งตัวผมเองสามารถพูด ภาษาจีนแต้จิ๋ว ได้นิดหน่อย เลยกะลองวิชาไปใช้ดูกลายเป็นหน้าแตกครับ เพราะที่นี่ฟังและพูดไม่ได้ครับ เงินตราที่นั้นจะใช้เป็นดอลลาร์สิงคโปร์ โดยจำนวนเงินหนึ่งดอลลาร์เทียบเท่ากับเงินบาทไทยประมาณ 24 บาท ครับ ดังนั้นถ้าจะซื้ออะไรก็เอาเงินดอลลาร์สิงคโปร์มาคูณด้วย 24 จะได้จำนวนเงินบาทที่เราต้องจ่ายครับ เป็นไปได้พกเครื่องคิดเลขเล็ก ๆ สักหนึ่งอันจะดีมากครับ หลังจากออกจากสนามบิน ชางจี
ก็เดินทางต่อไปยัง สิงคโปร์ฟลายเออร์ ( Singapore Flyer ) ชิงช้าที่มีความสูงที่สุดในโลกในขณะนี้ครับ ระยะเวลาในการขึ้นชมวิวจะอยู่ที่ 30นาที ต่อรอบครับ ค่าบริการต่อคนจะอยู่ที่ 29.50 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยโดยประมาณ 700 บาท ครับ หรือถ้าชอบแบบนั่งชิงช้าชมวิวพร้อมดินเนอร์ไปด้วยก็จะมีแบบที่เป็นเฉพาะเลยครับ ที่นั่งก็จะเป็นสีแดงการออกแบบภายในไฮโซโก้หรูไปอีกแบบ โดยเฉพาะเวลาค่ำคืนน่าจะโรแมนติกมากเลยครับ เดินทางมาทั้งวันชักจะหิวละตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ทานอะไรเลยครับ
พอเห็น เซเว่นอีเลฟเว่น ดีใจมากครับ ในเซเว่นมีสินค้าที่ขายคล้ายๆ บ้านเราครับ
แต่ความครบครันบ้านเราจะดูกว้างและมีของให้เลือกมากกว่าครับ รสชาติของฮอทด็อกบ้านเราไส้กรอกอร่อยกว่าเยอะครับ หลังจากอิ่มก็ได้เวลาขึ้นชิงช้าที่สูงที่สุดในโลกครับ บนชิงช้าจะสามารถบรรจุคนขึ้นไปได้ 28 คน ต่อหนึ่งกระเช้า ครับ บรรยากาศด้านบนจะได้เห็นวิวรอบเกาะสิงคโปร์เลยครับ งั้นเรามาเตรียม
กล้อง Fuji Z700 มาถ่ายภาพกันดีกว่า
การเซ็ตกล้องงานนี้ผมมีการ์ดมาแค่ 2 GB เองครับ ความละเอียดของกล้องผมคงไม่สามารถเลือกได้เต็มความสามารถกล้องที่มีความละเอียดถึง 12 ล้านพิกเซล เพราะถ้าเลือกเต็ม 12 ล้านพิกเซล ผมคงจะถ่ายภาพได้ไม่มันส์แน่ ถ้าเป็นไปได้การ์ดหน่วยความจำก็เป็นสิ่งสำคัญกับการท่องเที่ยวครับ ถ้าเลือกขนาดความจุที่มากขึ้น หรือนำมาอีกสักอันจะดีกว่านี้ครับ แต่ครั้งนี้ผมมีเอามาแค่อันเดียวก็เลยเลือกขนาดความละเอียดแค่ไซต์ M หรือเทียบเท่าที่ 6 ล้านพิกเซล การตั้งกล้องเราชอบแบบง่าย ๆ ต้องการให้กล้องคำนวนทุกอย่าง ใช้โหมด EXR Auto ก็ลงตัวเลยครับ เพราะกล้องจะคำนวนค่าต่าง ๆ ให้เองโดยกล้องจะเลือกสภาวะเหตุการณ์ + เทคโนโลยี CCD ของฟูจิ ที่เป็น EXR ทำให้ภาพที่ได้ค่อนข้างดีโดยแค่เรากดชัตเตอร์เท่านั้นครับ แต่วันที่ผมไปบรรยายกาศมีฝนตกมาเล็กน้อยท้องฟ้าไม่มีแสงแดดเลยครับ ภาพที่ได้มาจะออกมาคลื้ม ๆ สักหน่อย
ตึกส่วนใหญ่จะเป็นทีพักของคนสิงคโปร์
พื้นที่โดยรอบประเทศสิงคโปร์จะมีพื้นที่เล็กกว่าภูเก็ตบ้านเราอีกครับ ถ้าขับรถในวันเดียวก็จะไปได้ครบจากเหนือสุดไปใต้สุด จากตะวันออกไปตะวันตกได้เลยครับ ตึกรามบ้านช่องจะเป็นตึกสูง ๆ อย่าง คอนโด แฟลต อาร์พาร์ทเม้นต์ เป็นส่วนใหญ่ และบางตึกก็สวยกว่าบ้านเราอีกครับ การเก็บภาพวิวอย่างเช่น ตึก อาคาร เวลาเราอยู่บนชิงช้า
ข้อดีของกล้องตัวนี้อีกอย่างก็คือ กำลังซูมที่สามารถซูมได้ถึง 5 x หรือเทียบเท่ากับกล้อง DSLR ที่ช่วงเลนส์ 35 – 175 มม. สามารถทำให้เรากำหนดภาพวิวมุมกว้าง หรือ จะเจาะเฉพาะส่วนของตึกได้อย่างลงตัว
จะเห็นวิวรอบ ๆ ประเทศสิงคโปร์
ที่สำคัญคนที่ชอบถ่ายภาพบุคคลอยากได้ภาพบุคคลที่หน้าตาดูสวยใสสไตล์เกาหลีกว่าตัวจริง กล้อง Fuji Z700 ก็ยังมีโหมดบุคคลหน้าใสให้เลือกใช้อีกครับ ถ้าอยากหน้าใสกว่าตัวจริงโหมดนี้ช่วยได้จริงๆ ครับ
พาเที่ยวกันได้ไม่นานก็เย็นซะแล้วเร็วจริง ๆ ครับ เวลาที่นั้นจะเร็วกว่าบ้านเราอยู่ 1 ชั่วโมง ครับ และแล้วก็ได้เวลากินอาหารเย็นเป็นมื้อแรกที่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ครับ อยากจะบอกว่าหิวมากครับ ท้องร้องแล้ว มื้อนี้อาจหม่ำข้าวซัก 2 จาน แต่ผลปรากฏว่า ผมทานได้แค่จานเดียวครับ บอกตรง ๆ อาหารรสชาติไม่เหมือนบ้านเราครับ จะมีรสชาติที่จืดกว่ามาก ทั้ง ๆ ที่เป็นที่ผมชอบอยู่แล้ว อย่าง ปลาราดพริก (ทานผัดกระเพราบ้านเราอร่อยที่ ซู้ดดดดดดดดดดดด…)
ได้เวลาสามทุ่มของบ้านเราแล้วครับ บอลโลก มาแล้ว อยากดูมากเลยครับ เพราะวันนี้เป็นวันที่ฝรั่งเศสเจอกับแอฟริกาใต้ โดยส่วนตัวผมชอบพี่บากครับ หลายท่านคงรู้จักกันนะครับโดยเฉพาะคนดูบอล พี่บากก็คือ ฟร้อง ริเบรี่ กองกลางอัจฉริยะของทีมชาติฝรั่งเศส ผมชอบเวลาเขาเลี้ยงบอลดูสนุกและเพลินตามากครับ ดังนั้นวันนี้เราเชียร์ฝรั่งเศสให้เข้ารอบให้ได้ครับ เปิดทีวีในโรงแรมเลยครับ หาทุกช่อง หาเท่าไรก็ไม่มีถ่ายทอดสดเลยครับ เลยถามประชาสัมพันธ์ เขาเลยบอกว่าถ้าอยากดูจะมีถ่ายเฉพาะโซนที่เป็นบาร์ไนท์คลับ ผมเลยต้องไปเกาะตามหน้าร้านเพื่อดูบอลครับ (ประเทศไทยเรานอนดูอยู่ที่บ้านสบายแล้วครับ) แต่สุดท้ายฝรั่งเศสก็แพ้ตกรอบกลับบ้านมีแค่แต้มเดียวครับ จบกันพี่(ลำ)บากของผม ตอนเดินกลับมายังโรงแรมผมได้เห็นตู้ขายร่ม ซึ่งแปลกมากครับ และไม่มีในประเทศไทยเลยถ่ายภาพมากฝากกันครับ ราคาร่ม 1 คัน ตีเป็นเงินไทย 240 บาท ครับสำหรับ ภาพตู้ขายร่ม ภาพนี้ผมถ่ายโดยใช้โหมด P แล้วใช้แฟลชช่วยครับ เพราะแสงน้อยมากถ้าใช้ค่าความไวแสงอาจจะเกิดน้อยส์หรือเกรนภาพแตกครับ การใช้แฟลชของกล้องตัวนี้บอกได้เลยครับไม่ต้องกลัวภาพจะมืด เพราะระบบของกล้องจะช่วยคำนวณแสงแฟลซให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าใช้แฟลชถ่ายภาพแล้ว ต้องรอสักพักถึงจะถ่ายใหม่ได้ครับ
จะหมดอีกหนึ่งคืนแล้วครับ ค่ำคืนในต่างแดน ก่อนนอนเราชาร์จแบตเตอรี่กล้องไว้เผื่อวันพรุ่งนี้ดีกว่าครับ ถึงแม้แบตเตอรี่ยังไม่หมดก็สามารถชาร์จไว้ได้ครับ จะไม่มีปัญหาเรื่องเมโมรี่-เอฟเฟ๊กต์ ชาร์จไฟอย่างไรก็ได้ครับไม่ต้องรอจนหมด และอีกอย่างจะไม่เสียอารมณ์เวลาเราถ่าย ๆ แล้วแบตหมดจะมาบอกทำไมไม่ชาร์จเมื่อคืนนะ อีกจุดที่สำคัญถ้าจะไปประเทศไหนเช็คหัวปลั๊กด้วยนะครับเพราะบางประเทศใช้ไม่เหมือนบ้านเราครับ แต่เครื่องชาร์จก็สามารถใช้ได้ปกติครับเพราะตัวชาร์จจะมีการรองรับกระแสไฟจากประเทศต่าง ๆ ครับ และแล้วก็เที่ยวผ่านไป 1 วัน กับ 1 คืน อย่างรวดเร็วครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ตะลุยต่างแดนไปกับผม พร้อมกล้อง Fuji Z700 ที่บันทึกภาพได้สวย ๆ มาฝากกันครับ ในสัปดาห์หน้าห้ามพลาดนะครับ ผมจะพาไปเที่ยว Universal Studios และที่อื่น ๆ ในสิงคโปร์ พร้อมความสามารถในกล้อง Fuji Z700 ย้ำห้ามพลาดเลยนะครับ …

























