New Fuji FinePix HS10
โดย MR.D2H
สวัสดีครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ในบทความครั้งที่แล้วเรารู้จัก Fuji S1600 กับ Fuji S2500 กันมากขึ้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีแฟนเรียกร้องกันมามากว่าอยากรู้จักรายละเอียดของ Fuji FinePix HS10 ให้มากขึ้น ดังนั้นกระผมจัดให้ครับ
Fuji HS10 หรือ เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า Fuji HS11 ซึ่งถ้าเห็นชื่อต้องเข้าใจกันว่า เป็นกล้องคนละรุ่นแน่ๆ ครับ เพราะชื่อตัวเลขที่ต่างกัน แต่จริงๆ แล้ว เป็นรุ่นเดียวกันตัวเดียวกันครับ แต่gเหตุที่ชื่อต่างกัน เนื่องจาก การจัดจำหน่ายต่างโซนโลกกันครับ เลยทำให้มี 2 ชื่อเกิดขึ้น ในโซนบ้านเราก็เป็น Fuji HS10 ครับ
อีกอย่างที่ต้องขอบอกอีกเรื่องครับ Fuji FinePix HS10 ได้รับรางวัลจาก Digital Imaging Marketing Association (DIMA) โดยมีรุ่นที่ได้รับ 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Fujifilm FinePix รุ่น FinePix HS10, FinePix F80EXR และ FinePix Z700EXR ซึ่งเป็นการประกาศรางวัลในงาน Photo Marketing Association (PMA) 2010 ที่แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริการครับ
คุณภาพชิ้นเลนส์ ได้รับการออกแบบจาก Fujinon จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตเลนส์รายใหญ่ให้กับกล้องวิดีโอ , กล้องวงจรปิด และ กล้องดิจิตอลหลายรุ่นของฟูจิครับ ดังนั้นภาพที่ได้ถือว่าคมชัดและได้ครบทุกรายละเอียดครับ
หลังจากที่ผมได้จับกล้องดิจิตอล Fuji FinePix HS10 แบบเต็มรูปแบบต้องขอบอกเลยครับว่าฟังก์ชั่นมีให้ใช้งานได้เต็มระบบทุกฟังก์ชั่นเลยครับ ถ้าไม่พูดถึงกล้อง DSLR ตัวนี้ผมว่าไม่แพ้ใครแน่ครับ โดยเฉพาะเรื่องซูมที่สามารถซูมได้ถึง 30 เท่า เทียบเท่ากับเลนส์ 35mm. คือ 24 – 720 mm. ตัวเดียวจบเลยครับ ทั้งเลนส์มุมกว้างและเลนส์ซูม ถ่ายภาพระยะใกล้ได้ใกล้แค่ 1 cm. ถ้าไม่ได้สัมผัสตัวจริงผมคงคิดว่ากล้องที่ซูมได้ถึง 30 เท่า กระบอกเลนส์ น่าจะมีขนาดใหญ่มากๆ แน่ เพราะขนาดของ Fuji S200 EXR ที่มีกำลังซูม 14.3 เท่า ซึ่งก็มีหน้าเลนส์ที่ขนาด 67 mm. แต่ตรงกันข้ามที่ผมได้เห็นเลยครับ ตัว Fuji HS10 มีขนาดขนาดหน้าเลนส์ 58 mm. เท่านั้นครับ กระบอกเลนส์สามารถซูมด้วยมือหมุนได้เลยทันที่ครับ
ความละเอียดของตัว Fuji FinePix HS10 จะอยู่ที่ 10 ล้านพิกเซล ตัวนี้ถือเป็นตัวแรกของ ฟูจิเลยครับ ที่นำ BSI-Cmos (back-side illumination technolog) มาใช้ จุดดีก็คือ ช่วยให้กล้องดิจิตอลถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว และรับแสงได้อย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้นกว่า Cmos รุ่นอื่นๆ
ขนาดหน้าจอ ขนาดใหญ่ 3 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล ระบบถ่ายภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงในแบบสเตริโอ ความละเอียดในแบบ Full HD (1920×1080) สามารถซูมเวลาบันทึกได้เลยครับ รองรับการ์ดความจำได้ในแบบ SD/SDHC สูงสุด 32 GB บันทึกในแบบ Full HD สูงสุด 29 นาที หรือ ตัดทุกๆ 4GB ในกรณีใส่การ์ด 32 GB สกุลไฟล์ที่ได้จาการบันทึกเป็นสกุล .MOV
โหมดถ่ายภาพของ Fuji HS10 มีครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานครับ มีให้เลือกทั้ง Auto (ระบบอัตโนมัติ), P (ระบบโปรแกรม), S (ระบบอัตโนมัติตั้งความเร็วชัตเตอร์), A (ระบบอัตโนมัติตั้งรูรับรับแสง), M (ตั้งค่าเอง), C (ใช้งานค่ากำหนดเอง), Panorama (พาโนรามา), SP1/SP2 (เลือกรูปแบบตามลักษณะภาพ), Adv (ระบบถ่ายภาพขั้นก้าวหน้า) และ SR Auto (ระบบเลือกเหตุการณ์ถ่ายภาพให้อัตโนมัติ)
จุดเด่นหลักๆ อีกอย่างที่เป็นจุดขายของ Fuji HS10 คือ ในโหมดถ่ายภาพได้เพิ่มความสามารถในการใช้งานที่มีนอกเหนือจากกล้องรุ่นอื่น ได้แก่ โหมดถ่ายภาพ Panorama, Pro Low-Light, Multi Motion Capture, Motion Remover ซึ่งทั้ง 3 โหมดนี้ จะช่วยสร้างสรรค์ภาพได้อย่างสนุกสนานมากขึ้นครับ มาเจาะกันทีละโหมดเลยดีกว่าครับ เริ่มที่โหมด Panorama ซึ่งถ้าคุณเคยใช้งานโหมดนี้จากกล้องตัวอื่น คุณจะรู้ว่ากล้องตัวนี้ใช้งานได้ง่ายกว่าครับ เพราะถ้าเป็นระบบของกล้องรุ่นเก่าๆ คุณจะต้องบันทึกภาพแล้วนำเส้นขอบภาพลางๆ มาต่อภาพต่อไปที่เราจะถ่ายจนครบตามที่กล้องกำหนดไว้ให้ แต่พอมาจับตัว Fuji HS10 จะรู้ว่า Panorama ใช้งานได้ง่ายมากครับ เพราะเมื่อคุณเลือกฟังก์ชั่นโหมดที่เป็น Panorama คุณจะสามารถเลือกว่าคุณต้องการหมุนกล้องถ่ายไปทางซ้ายหรือขวา บนหรือล่างก็สามารถทำได้ครับ หลังจากนั้นเราก็กดปุ่มชัตเตอร์และเลื่อนกล้องเองจนกว่าจะถึงกรอบที่ตัวกล้องได้กำหนดไว้หลังจากนั้นก็ปล่อยปุ่มชัตเตอร์ กล้องก็จะบันทึกเป็นภาพ Panorama ใน 1 ภาพโดยทันทีครับ ดังนั้นผู้ที่ชอบถ่ายภาพวิวสวยๆ ฟังก์ชั่นนี้ช่วยได้ครับ
โหมดต่อมา คือ Pro Low-Light ซึ่งเป็นโหมดที่อยู่ในโหมดถ่ายภาพ Adv ซึ่งจะมีโหมด Multi Motion Capture และ Motion Remover ที่อยู่ในโหมดฟังก์ชั่นนี้ด้วย การทำงานของ Pro Low-Light เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย โดยการทำงานเมื่อคุณกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพ ตัวกล้องจะเริ่มถ่ายภาพออกมา 4 ภาพ และทำการรวมเป็นภาพเดียว ซึ่งในโหมดนี้จะช่วยลดน๊อยซ์ให้ต่ำลงครับ แต่ผู้ถ่ายกับวัตถุที่ถ่ายจะต้องนิ่งครับ ถ้าไม่นิ่งตัวกล้องจะบันทึกภาพได้ไม่สมบูรณ์ครับ
โหมดถ่ายภาพ Multi Motion Capture คือ โหมดบันทึกการเคลื่อนไหวในแต่ละจังหวะเป็นภาพเดียวกัน ซึ่งเมนูนี้จะไม่สามารถเลือกความละเอียดในแบบ L ได้ครับ หลักการทำงานควรใช้ขาตั้งกล้อง หรือเลือกฉากหลังที่มีสีสันที่แตกต่างกับแบบครับ ดังนั้นแนวภาพที่ควรถ่ายคือภาพที่วัตถุควรมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนพื้นที่ครับ จะทำให้ภาพออกมาสมบูรณ์ครับ
โหมด Motion Remover คือ โหมดบันทึกภาพลบสิ่งที่มีการเคลื่อนไหวให้ออกจากภาพเหลือแต่วัตถุนิ่งไว้ โหมดนี้เหมาะกับการถ่ายภาพตึกหรืออาคาร สถาปัตยกรรมกลางแจ้ง ที่มีคนหรือรถวิ่งกันพลุกพล่านจนทำให้ภาพตึกหรืออาคารที่เราต้องการออกมาไม่สวยเพราะสิ่งที่มีการเคลื่อนไหวนั้นติดมาในภาพ ดังนั้นโหมดนี้จะช่วยคุณได้ครับ ซึ่งเมนูนี้จะไม่สามารถเลือกความละเอียดในแบบ L ได้ครับ หลักการทำงานควรใช้ขาตั้งกล้อง หรือเลือกฉากหลังที่มีสีสันที่แตกต่างกับแบบครับ
Fuji FinePix HS10 ไม่ได้เก่งแค่ภาพนิ่งเท่านั้นนะครับ โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหวหรือวิดีโอยังทำได้ดีอีกด้วย ในระบบ Full HD ที่บันทึกได้ทั้งภาพและเสียง ยังมีฟังก์ชั่นในโหมดถ่ายวิดีโอที่ช่วยสร้างสรรค์เรื่องได้อีกครับ โดยเฉพาะฟังก์ชั่น Hs Movie Speed ถ้าใครเครื่องดูหนังในเรื่องแมททริกซ์ ที่พระเอกค่อยๆ หลบลูกกระสุน หรือมุขตลกที่นำมาเล่นเหมือนหนังฮ่องกงที่ค่อยๆ เดินเหมือนเจ้าพ่อมาเฟีย (ติงลี่ ใน เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้) น่าจะชอบกันครับ เพราะสามารถบันทึกให้ค่อยๆ เคลื่อนไหวได้ในแบบนั้นเลยครับ และข้อดีไม่ใช่ใช้แค่ความบันเทิงนะครับ แต่ยังใช้ในงานกีฬาหรือช่างเครื่องกลไกลก็ได้ครับ เพราะถ้าต้องการรู้ว่าเครื่องกลไกลนั้นทำงานผิดพลาดตรงไหน ถ้าถ่ายภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหวทั่วไปก็จะไม่สามารถจับทันหรือดูได้ไม่ละเอียด แต่โหมดนี้ช่วยให้คุณดูการทำงานของกลไกลได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ ซึ่งตัวกล้องสามารถเลือกความละเอียดและเฟรมการทำงานได้ตามต้องการเลยครับ
ความสามารถยังไม่จบเพียงเท่านี้ ตัวกล้องยังสามารถรวมไฟล์ภาพยนตร์ (Splicing Movies) ซึ่งเป็นการเพิ่มภาพยนตร์ที่ต้องการสู่ส่วนต่างๆ จนจบ ซึ่งจะต้องเป็นไฟล์ขนาดและเฟรมเรทคุณภาพเดียวกัน และเมื่อรวมแล้วจะต้องมีขนาดไม่เกิน 4GB ซึ่งการใช้งานจะอยู่ในโหมด PlayBack Menu แล้วเลือกที่ Movie Join
การพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นคือ ตัวกล้องดิจิตอล HS10 ยังมีช่องมองภาพแบบอิเลคโทรนิค (Electronic Viewfinder : EVF) ซึ่งเวลามองในช่องมองภาพคุณจะเห็นรายละเอียดในแบบที่แสดงบนจอ LCD เลยครับ ตัวกล้องโดยทั่วไปจะต้องกดปุ่มเพื่อสลับช่องมองกับจอ LCD ครับ แต่ถ้าเซ็ทในเมนู EVF/LCD Auto Switch ให้เป็น ON ก็สามารถแนบที่ช่องมองได้ทันทีโดยไม่ต้องกดปุ่มใดอีกเลย ตัวกล้องจะทำการสลับการแสดงภาพระหว่างจอและช่องมองให้โดยอัตโนมัติให้ทันทีครับ
นี้คือข้อดีที่ผมนำมาแนะนำกันครับ เพราะบอกได้เลยครับว่ากล้องรุ่นอื่นที่ได้จับมายังไม่มีครับ ถือเป็นลูกเล่นเพิ่มเติมให้กับผู้ที่ต้องการใช้งานกล้องได้อย่างครบครันครับ
รายละเอียดสเป็คเพิ่มเติมสามารถคลิ๊กชมได้ที่ Fuji FinePix HS10 หรือภาพสวยจาก Fuji FinePix HS10 ถ้าสนใจอยากเห็นสินค้าแวะชมได้ที่ Digital2home ทุกสาขาเลยครับ































aot
15 เมษายน 2010 เมื่อ 5:16 pmขอบคุณมากๆครับ
CAESAR
16 เมษายน 2010 เมื่อ 5:11 pmสุดยอดครับ
ผมเล็งๆไว้อยู่ ว่าจะถอยเร็วๆนี้ (รอราคาลดลงหน่อย อิอิ)
ว่าแต่รองรับ SD/SDHC ได้กี่กิ๊กครับ
ใส่ 32 กิ๊กได้ไหมครับ
digital2home
16 เมษายน 2010 เมื่อ 6:16 pmใส่ได้สูงสุด 32 GB ครับ
hatori
18 เมษายน 2010 เมื่อ 1:08 pmใช้ hood 58 mm ของอะไรใส่ได้พอดีบ้างครับ
may
19 เมษายน 2010 เมื่อ 7:09 pmอยากได้มากเลยครับรุ่นนี้
ฟังก์ชั่นโดนใจ
digital2home
20 เมษายน 2010 เมื่อ 3:40 pmจะมีเเบบที่เป็นตัวกลีบดอกไม้เเบบนี้ครับ ที่สามารถใส่ได้ครับ http://www.digital2home.com/view-product.php?product_id=33523
je
28 เมษายน 2010 เมื่อ 1:13 amราคาตอนนี้ราคาเท่าไหร่ค้าบ
สนใจๆๆๆมาก
ตอบด้วยนะค้าบ
digital2home
29 เมษายน 2010 เมื่อ 5:48 pmราคาอยู่ที่ 16,500 บาท ครับ สนใจสอบถามรายละเอียดหน้าสาขาก่อนครับ
ฅนเล่นกล้อง
6 พฤษภาคม 2010 เมื่อ 5:34 pmสุดยอด ถอยแน่นอน รอมานาน มันโดนจริงๆ อิอิ
cameradigitalpro
21 กรกฎาคม 2010 เมื่อ 10:44 pmได้ข้อมูลชัดเจนดีมาก กำลังมองกล้องตัวนี้อยู่ คุณภาพน่าจะสู้ DSlr รุ่นเริ่มต้นได้นะครับ
ขอบคุณครับ