<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Digital2Home &#187; คำศัพท์เทคนิค</title>
	<atom:link href="http://www.digital2home.com/tips/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.digital2home.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 03:05:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>REFLEX LENS เลนส์ เทเลโฟโต้กำลังขยายสูงในราคาที่เอื้อมถึง</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2011/reflex-lens-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2011/reflex-lens-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Jan 2011 07:18:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>digital2home</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องผ่านภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[camera]]></category>
		<category><![CDATA[digital camera]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[การถ่ายภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ถ่ายภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/?p=4241</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่แล้ว เลนส์เทเลโฟโต้กำลังสูง จัดเป็นเลนส์เฉพาะกิจที่ใช้ในกลุ่มมืออาชีพและระดับจริงจังเท่านั้นเนื่อง จากเลนส์นี้มีราคาสูงและมีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะต่อการนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ ในช่วงนั้นยังไม่มีเลนส์ซูมไวแสงอย่าง 80-200มม. f/2.8, 70-200มม. f/2.8 หรือ 100-300 มม. f/4 นอกจากเลนส์จากผู้ผลิตอิสระบางยี่ห้อซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับของนักถ่าย ภาพระดับจริงจัง เลนส์เทเลโฟโต้ที่พอจะซื้อกันได้ในราคาไม่โหดร้ายนักก็คือ เลนส์ 300 มม. f/4.5, 300 มม. f/5.6 หรือ 400 มม.f/5.6 ส่วนอีกทางเลือกก็คือเลนส์รีเฟล็กซ์ 500 มม. f/8 หรือ 600มม. f/8]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/samyang-500mm-f6.3.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-4242" title="samyang 500mm f6.3" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/samyang-500mm-f6.3.jpg" alt="samyang 500mm f6.3" width="500" height="574" /></a></p>
<p><strong>REFLEX  LENS</strong></p>
<p>ในช่วง  2-3 ทศวรรษที่แล้ว เลนส์เทเลโฟโต้กำลังสูง  จัดเป็นเลนส์เฉพาะกิจที่ใช้ในกลุ่มมืออาชีพและระดับจริงจังเท่านั้นเนื่องจากเลนส์นี้มีราคาสูงและมีขนาดใหญ่  ไม่เหมาะต่อการนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ ในช่วงนั้นยังไม่มีเลนส์ซูมไวแสงอย่าง  80-200มม. f/2.8,  70-200มม. f/2.8 หรือ 100-300 มม. f/4  นอกจากเลนส์จากผู้ผลิตอิสระบางยี่ห้อซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับของนักถ่ายภาพระดับจริงจัง  เลนส์เทเลโฟโต้ที่พอจะซื้อกันได้ในราคาไม่โหดร้ายนักก็คือ เลนส์ 300 มม.  f/4.5, 300 มม. f/5.6 หรือ 400 มม.f/5.6  ส่วนอีกทางเลือกก็คือเลนส์รีเฟล็กซ์ 500 มม. f/8 หรือ 600มม.  f/8</p>
<p>เลนส์ 300 มม. f/4.5 หรือ 400  มม. f/5.6 หากเป็นผู้ผลิตกล้องก็จะมีราคาสูงขายค่อนข้างสูง  นักถ่ายภาพจำนวนไม่น้อยจึงต้องหันไปหาเลนส์รีเฟล็กซ์ 500 มม. f/8 ด้วยเหตุผลที่ว่า ราคาพอซื้อได้ กำลังดึงภาพสูงและมีขนาดกะทัดรัด  แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องความสว่างที่ค่อนข้างต่ำคือ f/8  และไม่สามารถปรับรูรับแสงได้ก็ตาม</p>
<p>ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในข่ายนั้น  ในช่วงเริ่มเล่นกล้อง หลังจากย้ายค่ายจากมินอลต้ามาเป็นนิคอนและเริ่มหาเลนส์ใช้งาน  ผมได้เลนส์มาเกือบครบช่วงในเวลาไม่นาน คือ 20 มม. f/3.5,  นิคอน 35มม. f/2, นิคอน  55 มม.f/2.8 MACRO, นิคอน 105  มม. f/2.5 และมีเลนส์ซูมอีก 2 ตัว คือ นิคอน 35-70 มม.  f/3.5 และนิคอน 80-200 มม. f/4  ส่วนเลนส์กำลังสูงกว่านี้ผมไม่มีเพราะเลนส์ 300มม. f/4.5  ED ของนิคอนในขณะนั้นมีราคาขายสูงไปหน่อยสำหรับผม  ก็เลยต้องหาเลนส์เทเลโฟโต้ ถูกๆ มาใช้งานไปก่อน ผมได้เลนส์ VIVITAR 300มม. f/5.6 มือสองมาตัวหนึ่งในราคาสองพันบาท  เป็นเลนส์ที่หน้าตาใช้ไม่ได้ แต่ให้คุณภาพดีกว่าที่คาดไว้  แต่ที่สุดจะทนคือระยะโฟกัสใกล้สุดทำได้แค่ 6 เมตร  ดังนั้นใช้ได้ไม่นานก็เลยต้องเขี่ยมันออกจากสารบบไป</p>
<p>เลนส์เทเลโฟโต้ตัวใหม่ (แต่เก่ามาจากที่อื่น)  ของผมคือเลนส์ TAMRON SP 500 มม.f/8  มันเป็นเลนส์รีเฟล็กที่ใช้ระบบเมาท์แบบถอดเปลี่ยนได้ด้วยอแดปตอล  สามารถนำไปใช้กับกล้องแมนนวลโฟกัสได้ทุกยี่ห้อด้วยการเปลี่ยนอแดปตอล  ในตอนนั้นผมใช้กับกล้องนิคอน F3 และ  FE2</p>
<p>ในช่วงแรกๆ  ของการใช้งานทำเอาผมเกือบถอดใจ เพราะภาพที่ได้หนักไปทางเบลอมากกว่าชัด  จะถ่ายให้คมชัดเป็นเรื่องยาก ปัญหามาจากเรื่องการสั่นไหวของกล้อง  จากความประมาทของผมเอง เห็นมันตัวเล็กๆ และเบามากก็เลยถือถ่ายด้วยมือ  มั่นใจว่าความเร็ว 1/250 วินาทีจะเอาอยู่ แต่จริงๆ แล้วไม่นิ่งพอ  และปัญหาอีกเรื่องคือเมื่อมือไม่นิ่ง การปรับโฟกัสก็ยากตามไปด้วย  โฟกัสมักจะหลุดเล็กๆ น้อยๆ  แต่ก็ทำให้ซับเจ็คท์เบลอเพราะความชัดลึกมันน้อยมาก เลยต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง  ภาพที่ได้จึงมีคุณภาพดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นเลนส์ที่ใช้ยาก  ดังนั้นหลังจากได้เลนส์ 180 มม. f/2.8 ของนิคอน  ผมก็เลยใช้ร่วมกับเทเลคอนเวอเตอร์ 2x  โดยแทบไม่ได้แตะเลนส์รีเฟล็ก 500มม. f/8 ตัวนั้นอีกเลย  จนขายมันไปหลังจากนั้นราวปีเศษ  จากนั้นมาชีวิตของผมก็ห่างหายไปจากเลนส์รีเฟล็กมาตลอดเกือบยี่สิบปี  จนกระทั่งได้เลนส์รีเฟล็กมาอย่างบังเอิญก็เลยนำมาลองใช้ดูอีกครั้ง  แม้จะใช้ยากเหมือนเดิม  แต่เลนส์รีเฟล็กก็มีอะไรน่าสนใจอยู่ไม่น้อย</p>
<p>นักถ่ายภาพมือใหม่หลายคนอาจไม่รู้จักเลนส์ชนิดนี้  ว่ามันคืออะไรทำงานอย่างไรทำไมจึงชื่อเลนส์รีเฟล็ก ทำไมมีเอฟเดียว  แล้วทำไม&#8230;.?</p>
<p><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/O8636321-142.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-4245" title="O8636321-142" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/O8636321-142-540x358.jpg" alt="O8636321-142" width="540" height="358" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ตัวอย่าง โบเก้ ที่ได้จากเลนส์ชนิดนี้</p>
<p><strong>เลนส์รีเฟล็กซ์คือเลนส์อะไร</strong><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong>เลนส์รีเฟล็กซ์คือเลนส์เทเลโฟโต้ชนิดหนึ่ง  เพียงแต่รูปแบบการทำงานจะแตกต่างจากเลนส์เทเลโฟโต้ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>ลองมาดูการทำงานของเลนส์เทเลโฟโต้ทั่วไปกันก่อนนะครับ  เลนส์เทเลโฟโต้ทั่วไปจะใช้ชิ้นเลนส์นูนด้านหน้าเพื่อรวมแสง  และใช้ชุดเลนส์ด้านในเพื่อปรับแก้ความคลาด  ทางยาวโฟกัสของเลนส์จะเป็นตัวกำหนดความยาวของกระบอกเลนส์ด้วย  หากเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ยุคแรกๆ  ระยะจากจุดรวมแสงของเลนส์ถึงระนาบฟิล์มจะเท่ากับทางยาวโฟกัสของเลนส์ ดังนั้นเลนส์  200 มม. จะมีความยาวกระบอกเกือบๆ200ซม. เลนส์ 300 มม. ก็จะมีความยาวกระบอกเกือบ 30  ซม.</p>
<p>แต่ต่อมาผู้ผลิตเลนส์สามารถลดระยะ  back focal  length ลงได้ด้วยการใช้ชิ้นเลนส์ขยายที่ด้านท้าย  ทำให้สามารถลดขนาดเลนส์เทเลโฟโต้สั้นลงได้ แต่ก็มีข้อจำกัดโดยทำได้ประมาณ  25% เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เลนส์เทเลโฟโต้ที่มีทางยาวโฟกัสสูงๆ  ขนาดของกระบอกจึงยังคงยาวอยู่ดี หากเป็นเลนส์ 500 มม.  ความยาวของกระบอกเลนส์จึงไม่ต่ำกว่า 30 ซม.  และยอดขายของเลนส์เทเลโฟโต้เหล่านี้ก็มักจะสูงเกินเอื้อมของนักถ่ายภาพส่วนใหญ่</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตเลนส์จึงตอบสนองความต้องการของนักถ่ายภาพเหล่านี้ด้วยเลนส์เทเลโฟโต้กำลังสูง  (500-600 มม.) ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบาและมีราคาขายไม่สูงนัก  ในช่วงที่เลนส์รีเฟล็กฮ็อตๆ เมื่อยี่สิบปีก่อน  เลนส์จากผู้ผลิตกล้องจะขายกันที่หมื่นกว่าบาท ส่วนเลนส์จากผู้ผลิตอิสระจะขายกันที่  6,000-9,000 บาท เท่านั้น  ทำให้มันเป็นเลนส์ที่ได้รับความนิยมมากพอควรในกลุ่มที่ต้องการเลนส์เทเลโฟโต้กำลังสูงแต่งบน้อย</p>
<p>ผู้ผลิตซื้อเลนส์รีเฟล็กมาใช้งานจะมีเหตุผล 3-4  ข้อด้วยกันคือ</p>
<p>1. มันเป็นเลนส์เทเลโฟโต้กำลังสงที่มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก</p>
<p>2. ราคาพอซื้อได้</p>
<p>3. ชอบผลพิเศษจากเลนส์ในเรื่องฉากหลังรูปโดนัท</p>
<p>4. คิดว่าถือถ่ายด้วยมือได้</p>
<p>แต่มีได้ก็ต้องมีเสียเป็นธรรมดา  เลนส์รีเฟล็กใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างแต่ก็พกพาข้อเสียมาไม่น้อย  บางข้อผู้ใช้ก็รู้แต่ทำใจไว้แล้ว แต่บางเรื่องผู้ใช้อาจไม่รู้มาก่อน  ข้อเสียเหล่านี้คือ</p>
<p>1.  <strong>กำลังสูงแต่รูรับแสงแคบ</strong> ด้วยขนาดรูรับแสง f/8  ของเลนส์รีเฟลีกขนาด 500 มม.  มันต้องการแสงเพื่อทำงานขนาดไหนคุณทราบหรือไม่หากถือถ่ายด้วยมือจะต้องใช้ความเร็วซัตเตอร์อย่างน้อย  1/500 วินาที (ตามกฎ 1/ทางยาวโฟกัส) กับรู้รับแสง f/8  นั้นหมายความว่าหากใช้ฟิล์ม ISO 100 แสงต้องแรงขนาด 1/125  วินาที f/16 ซึ่งก็คือแดดจ้าๆ  บริเวณชาดหาดในช่วงบ่ายเลยทีเดียว  ไม่เช่นนั้นก็ต้องยอมเสี่ยงถือกล้องด้วยความเร็วซัตเตอร์ต่ำลง (แต่หวังผลยาก)  หรือหาขาตั้งกล้องมาใช้ร่วมกับมัน ไม่ก็ต้องใช้ฟิล์มความเร็วสูงขึ้นเป็น ISO  200 หรือ ISO 400</p>
<p>2. <strong>ราคาพอซื้อได้</strong> แต่ทางเลือกอื่นก็ยังมี คือเลนส์เทเลโฟโต้ขนาด 300 มม. f/4  หรือ 400 มม. f/5.6 บวกกับเทเลคอนเวอร์เตอร์ขนาด  1.4x หรือ 2x ซึ่งคุณภาพที่ได้ยังคงพอๆ  หรืออาจดีกว่าเลนส์รีเฟล็ก</p>
<p>3. <strong>ฮอตสปอตรูปโดนัท</strong> จากเลนส์รีเฟล็กอาจดูแปลกน่าสนใจ  แต่บางครั้งก็เป็นผลเสียต่อภาพได้เพราะมันค่อนข้างเด่นจึงอาจรบกวนสายตาดึงความสนใจจากซับเจ็คท์ได้  และหากชอบฮอตสปอตรูปโดนัทก็สามารถทำจากเลนส์เทเลโฟโต้ทั่วๆ ได้ไม่ยาก</p>
<p>4. <strong>ถือด้วยมือได้</strong> เรื่องนี้อาจจริงครับถ้าแสงพอ  หรือใช้รวมกับกล้องดิจิตอลที่มีระบบลดการสั่นไหวของภาพอย่าง KONICA MINOLTA DYNAX 7D แต่กลับกล้องทั่วๆ โอกาสจะได้ภาพชัดจากการถือถ่ายด้วยมือมีไม่ถึง  30% ยกเว้นคุณจะใช้ความไวแสงสูงระดับ ISO 800 หรือ ISO 1600</p>
<p>5. <strong>คุมความชัดลึก</strong> เพราะมีเอฟเดียว  มองจากช่องมองภาพแล้วเห็นอย่างไรภาพก็ออกมาอย่างนั้น  เพิ่มความชัดลึกไม่ได้เลย</p>
<p>อ่าน 5 ข้อนี้แล้วคงสงสัยว่า…เมื่อมีข้อเสียขนาดนี้จะเอามาเขียนทำไมคำตอบก็คือเพื่อให้นักถ่ายภาพรุ่นใหม่ๆ  ที่ไม่รู้จักเลนส์ชนิดนี้จะได้ทราบว่ามันคือเลนส์อะไรและได้ภาพเป็นอย่าง  อีกเรื่องก็คือมันมีเลนส์บางอย่างที่เลนส์ทั่วไปไม่มี  นั่นทำให้ผลต้องเก็บเลนส์รีเฟล็กไว้ถึงสองรุ่น  ทั้งๆที่ใช้งานน้อยมาก</p>
<p>การทำงานของเลนส์รีเฟล็กจะแตกต่างจากเลนส์เทเลโฟโต้ทั่วไปตรงที่  แทนที่จะใช้ชิ้นเลนส์นูนที่ด้านหน้า  แต่เลนส์รีเฟล็กกลับใช้เลนส์ชิ้นหน้าที่มีผิวเรียบด้านหน้า ด้านหลังนูนเล็กน้อย  ตรงกลางมีกระจกชิ้นที่สองขนาด 1/3 ติดอยู่ แสงจึงผ่านเลนส์ได้เฉพาะส่วนที่เหลือ  แสงที่ผ่านเข้าไปจะตกกระทบกับกระจกเงาชิ้นแรกที่วางไว้ส่วนท้ายของเลนส์  จากนั้นกระจกเงาจะสะท้อนแสงโดยบีบแสงให้เป็นลำเข้าไปสู่กระจกเงาชิ้นที่สองซึ่งติดไว้กับเลนส์ชิ้นหน้าด้านใน  แสงที่สะท้อนจากกระจกเงาชิ้นที่สองจะพุ่งตรงไปยังเลนส์ชุดเลนส์ด้านท้าย  ซึ่งมักจะใช้ชิ้นเลนส์ 2-4 ชิ้น (ในการปรับระบบโฟกัสและแก้ความพลาด)  แล้วไปฟอร์มภาพบนจุดโฟกัสซึ่งก็คือฟิล์มหรือ CCD เรามักเรียกหลักการทำงานของเลนส์ชนิดนี้ว่า <strong><em>การพับแสง </em></strong>เพราะเป็นคำที่อธิบายรูปแบบการทำงานได้ชัดเจน  แม้จะดูแปร่งๆ ไปบ้างก็ตาม</p>
<p>การที่ออกแบบให้แสงสะท้อนไปมา 2  ครั้งภายในกระบอกทำให้เลนส์รีเฟล็กสามารถออกแบบให้มีขนาดสั้นกว่าเลนส์เทเลโฟโต้ที่มีขนาดทางยาวโฟกัสเดียวกันได้ถึงสองเท่าตัว  เลนส์รีเฟล็กจึงมักมีรูปทรงอ้วนแต่สั้น  ด้วยการออกแบบหักเหและสะท้อนของรูปแบบนี้ทำให้ขนาดรูรับแสงตายตัว  ไม่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดรูรับแสงเพื่อควบคุมความชัดลึกให้สูงขึ้นได้  การจะลดปริมาณแสงต้องใช้ฟิลเตอร์ ND (ซึ่งมักจะแถมมากับเลนส์)</p>
<p><strong> จุดสว่างรูปโดนัท </strong> สิ่งที่คุณสมบัติพิเศษของเลนส์รีเฟล็กก็คือจุดสว่างนอกระยะชัดที่เรียกกันว่าฮอตสปอต  ซึ่งมักจะเป็นรูปวงกลม (เมื่อเปิดรูรับแสงกว้างสุด) หรือหกเหลี่ยม เจ็ดเหลี่ยม  (เมื่อเปิดรูรับแสงกลางๆ ตามรูปร่างของไดอะแฟรม แต่ฮอตสปอตของเลนส์รีเฟล็กจะเป็นวงๆ  คล้ายๆ โดนัท ทั้งนี้เป็นผลมาจากแสงที่ผ่านเลนส์ชิ้นหน้าเข้าไป  ไม่ได้ผ่านเลนส์ทั้งชิ้น เนื่องจากตรงกลางมีกระจกเงาชิ้นที่สองยึดติดอยู่  รูปทรงของฮอตสปอตจึงเหมือนกับแสงที่ผ่านเลนส์ชิ้นหน้าเข้าไปคือเป็นวงรูปโดนัทนั่นเอง  ซึ่งวงโดนัทนั้นทำให้ให้ภาพดูแปลกตา โดยเฉพาะภาพที่มีฉากหลังสว่างเป็นดวงๆ  อย่างเช่น แสงที่ลอดพุ่มไม้ หรือผิวน้ำที่สะท้อนแสงระยิบระยับธรรมดา  แต่ถ้าโฟกัสตำแหน่งอื่นแล้วให้จุดนี้เบลอ มันกลายเป็นวงโดนัทจำนวนมากเรียงซ้อนๆ  กันอยู่ดูแปลกตา  หลายคนต้องเสียเงินกับเลนส์ชนิดนี้เมื่อเห็นภาพฮอตสปอตรูปโดนัทของมัน</p>
<p><strong> การใช้งาน </strong>เลนส์รีเฟล็กเป็นเลนส์เทเลโฟโต้กำลังสูง  เท่าที่เคยมีการผลิตออกมาทางโฟกัสต่ำสุดคือ 250 มม. f/5.6 ซึ่งเป็นเลนส์แมนนวลของมินอลต้า แต่ส่วนใหญ่จะมีทางยาวโฟกัส 500 มม.  f/8 ดังนั้นเมื่อใช้เลนส์เทเลกำลังสูงจึงต้องใส่ใจกับเรื่องความมั่นคงของกล้องมากสักหน่อย</p>
<p><strong> </strong>หากเป็นไปได้ควรใช้ขาตั้งกล้องเสมอเมื่อใช้เลนส์ชนิดนี้  เพราะความเร็วที่สามารถถ่ายด้ายเมือเปล่าได้สูงถึง 1/500 วินาที  ผู้ที่มือนิ่งจริงๆ อาจถือถ่ายที่ความเร็ว 1/250 วินาทีได้  แต่ถ้าความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่า 1/250  วินาทีโอกาสที่จะได้ถาพชัดจากการถือถ่ายด้วยมือเป็นเรื่องยาก</p>
<p>ขาตั้งกล้องจะช่วยให้คุณได้ภาพชัดจากเลนส์ชนิดนี้  แต่ก็ต้องใช้งานอย่างระวังโดยเฉพาะการกดชัตเตอร์ต้องใช้สายลั่นชัตเตอร์เท่านั้น  หากขาตั้งและหัวขาตั้งไม่แข็งแรงแน่นหนาเพียงพอและเมื่อใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ  อาจต้องมีกล้องมีระบบล็อกการจกสะท้อนภาพ  ไม่ว่าจะเป็นแบบล็อกกระจกด้วยสวิทช์ต่างหากหรือล็อกร่วมกับระบบหน่วงเวลาถ่ายตัวเอง  ก็ควรใช้เพื่อลดการสั่นสะเทือนของกล้อง ฟังดูเหมือนว่าผมซีเลียสเกินเหตุ  แต่ใครที่เคยใช้เลนส์ชนิดนี้คงทราบดีว่ากระจกสะท้อนภาพอาจทำให้ได้ภาพชัดไม่เต็มที่  เพราะเล็นส์ชนิดนี้คงทราบดีว่ากระจกสะท้อนภาพอาจทำให้ได้ภาพไม้ชัดเต็มที่  เพราะเลนส์รีเฟล็กหลายรุ่นไม่มีคอลลาร์ หากหัวขาตั้งไม่แน่นหนาพอ  กล้องและเลนส์อาจสั่นได้เมื่อใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ</p>
<p>การปรับโฟกัสก็ต้องพิถีพิถันมากเช่นกันเพราะรูรับแสงที่แคบของเลนส์รีเฟล็กทำให้ช่องมองภาพมืด  จึงเห็นภาพไม่เคลียร์  การปรับโฟกัสจึงอาจผิดตำแหน่งเล็กน้อยได้ซึ่งผลก็คือภาพขาดความคมชัด  ควรย้ำตำแหน่งชัดให้แน่ใจว่าชัดที่สุดจึงกดชัตเตอร์</p>
<p>การถ่ายภาพทิวทัศน์ระยะไกลอย่าตั้งวงแหวนไว้ที่อินฟินิตี้  ต้องมองภาพแล้วปรับความคมชัดของภาพจากช่องมองภาพเท่านั้น  เนื่องจากเลนส์รีเฟล็กมักจะทำวงแหวนโฟกัสให้หมุนเลยระยะอินฟินิตี้ได้  เผื่อไว้เมื่อระยะอินฟินิตี้เปลี่ยนจากสภาพอุณหภูมิของอากาศที่ร้อนมากหรือเย็นมาก  ซึ่งทำให้กระบอกเลนส์และกลไกภายในขยายตัวได้  ระยะอินฟินิตี้จึงไม่จำเป็นต้องตรงกับมาร์คเสมอไป</p>
<p>หากต้องการฉากหลังเป็นรูปโดนัทจะต้องเลื่อนกล้องเพื่อหาฉากหลังที่มีจุดสว่างนอกระยะชัด  เช่น แสงรอดพุ่มไม้ แสงสะท้อนผิวน้ำเป็นต้น หากฉากหลังเป็นพื้นผิวเรียบๆ  ไม่มีจุดสว่าง ภาพก็จะดูเหมือนเลนส์เทเลโฟโต้ธรรมดา  แต่ถ้าฉากหลังเป็นจุดสว่างจะได้วงโดนัทแน่นอน  ขนาดของวงโดนัทข้นอยู่กับความเบลอของฉากหลัง  เบลอมากจนขนาดวงโดนัทก็ใหญ่ตามไปด้วย</p>
<p>เลนส์รีเฟล็กหลายๆ  รุ่นปรับโฟกัสได้ใกล้มากเช่น 1.5-2 เมตร ให้อัตราขยายเมื่อปรับโฟกัสใกล้สุดได้ถึง  1:2 ถึง1:3 เลยทีเดียว จึงนำไปใช้ถ่ายภาพแมลง  ภาพดอกไม้ได้ดีโดยเฉพาะภาพแมลง จะได้ฉากหลังที่แปลกตากว่าเลนส์มาโครทั่วๆ  ไป</p>
<p><strong>เลนส์รีเฟล็กในตลาดอุปกรณ์ถ่ายถาพ</strong><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong>ในช่วง 2 ศตวรรษก่อน  เลนส์รีเฟล็กหาซื้อได้ทั่วๆ ไปและเลนส์ทุกยี่ห้อจะมีเลนส์รีเฟล็กอยู่ในสายการผลิต  ดังนี้คือ</p>
<p>นิคอน มีเลนส์รีเฟล็กสามรุ่น ได้แก่  AIS 500 มม.  f/8, AIS 1000 มม. f/11 และ 2000 มม. f/11  แต่เลนส์ที่หาซื้อได้ในปัจจุบันคือเลนส์ AIS 500 มม.  f/8 เท่านั้นเลนส์ 2000 มม. f/11 ที่เคยเป็นเลนส์ประเภทผลิตตามสั่งก็ถูกถอดออกจากสายการผลิตมานานแล้ว</p>
<p>Canon เคยมีเลนส์รีเฟล็กอยู่รุ่นหนึ่งคือ FD 500 มม.  f/8 ซึ่งเป็นเลนส์แมนนวลโฟกัส  เมื่อเปลี่ยนเป็นกล้องออโตโฟกัสแคนนอนก็ไม่ได้ผลิตเลนส์ชนิดนี้ออกมาอีกเลย</p>
<p>Minolta ผลิตเลนสรีเฟล็กออกมาหลายรุ่น โดยเมื่อ 20 กว่าปีก่อนมีเลนส์อยู่สองรุ่นคือ  250 มม. f/5.6 และ 500 มม. f/8 แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นระบบออโตโฟกัสได้  แม้ว่ากล้องออโตโฟกัสจะมีข้อจำกัดว่าหากเอฟแคบกว่า 5.6  ระบบออโตโฟกัสจะไม่ทำงานก็ตาม แต่เลนส์ 500 มม. f/8  ของมินอลต้าระบบ AF  ทำงานได้และเร็วด้วย</p>
<p>ส่วน PENTAX นั้น  ในฉบับที่แล้วคุณคงได้เห็นเลนส์ซูมฟิชอายตัวแรกในโลกไปแล้ว สำหรับเลนส์รีเฟล็ก  เพ็นแท็กซ์ก็เคยสร้างความประหลาดใจมาแล้วด้วยเลนส์ซูมรีเฟล็ก 500-800 มม.  f/8-11 ซึ่งเป็นเลนส์แมนนวลโฟกัสที่ผลิตออกมากว่า 2  ทศวรรษแล้ว สำหรับ OLYMPUS เคยผลิตเลนส์รีเฟล็กในอนุกรม ZUIKO ออกมาคือรุ่น 500  มม. f/8 แต่หายจากตลาดไปนานแล้ว</p>
<p>CONTAX มีเลนส์รีเฟล็กระดับสุดยอดอยู่ 3 รุ่นคือ 500 มม. f/4.5, 500 มม. f/8 และ 1000  มม. f/5.6 ทั้งคู่มีความสว่างสูงมาก ขนาดใหญ่  หนัก และราคาสูงมาก เลนส์รุ่น 1000 มม.f/5.6 ถูกถอดจากสายการผลิตก่อน และตามมาด้วยเลนส์ 500 มม. f/4.5</p>
<p>ในส่วนของผู้ผลิตอิสระ  TAMRON มีเลนส์รีเฟล็ก 2 รุ่นคือ SP350  มม. f/5.6 และ 500 มม. f/8 เลนส์ 350 มม. f/5.6  ขนาดกระทัดรัด ออกแบบสวยน่าใช้  แต่น่าเสียดายที่เลิกผลิตไปนานแล้ว</p>
<p>SIGMA มีเลนส์รีเฟล็กอยู่รุ่นเดียวคือ 600 มม. f/8 ขายมานานกว่า 15 ปี และยังมีขายอยู่ ส่วน TOKINA เคยผลิตเลนส์รีเฟล็ก 500 มม. f/8 ออกมาเมื่อ 2  ทศวรรษก่อน แต่ถอดจากสายการผลิตไปนานแล้ว ส่วน VIVITAR  เคยผลิตเลนส์รีเฟล็กที่น่าสนใจมากรุ่นหนึ่งคือ  SERIES1 450 มม. f/4.5 เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาดีความสว่างสูงมาก แต่หาคนใช้น้อย  เพราะราคาสูงและขนาดใหญ่ ปัจจุบันจึงเหลือแต่ 500 มม. f/8  ขนาดเล็กกะทัดรัดที่ผลิตโดยผู้ผลิตเกาหลี</p>
<p>ในปัจจุบันเลนส์รีเฟล็กที่พอหาซื้อได้คือ  Nikon AIS 500  มม. f/8, Minolta AF 500 f/8, SIGMA MF  600 f/8 และ TAMRON SP 500 มม. f/8  (ระบบแมนนวลโฟกัสเปลี่ยนอแดปเตอร์ไปใช้กับกล้องแมนนวลได้ทุกยี่ห้อ)  ส่วนยี่ห้ออื่นเลิกผลิตไปแล้วแต่อาจพอหาได้จากร้านค้าบางแห่งในตลาดต่างประเทศและของมือสอง</p>
<p><strong>ความคิดเห็น</strong> เป็นเลนส์เทเลโฟโต้ที่มีข้อเสียมากกว่าข้อดี แต่เป็นเลนส์ที่มีเสน่ห์  อย่างน้อยก็ผมเป็นคนหนึ่งล่ะครับที่ขายมันไม่ลง  เป็นเลนส์ที่น่าสนใจสำหลับผู้ที่ตัองการเลนส์เทเลโฟโต้ขนาดเล็กๆ  สั้นและน้ำหลักหนักเบาให้ผลพิเศษในเรื่อง ฮอตสปอตรูปโดนัท  หากมีเงินเหลือก็น่าสนใจอยู่พอควร</p>
<p><strong>คุณรู้หรือไม่</strong></p>
<p>1.  เลนส์ชนิดนี้มีชื่อเรียกหลายอย่างคือ Catadioptic Lens, Cat Lens, Mirror Lens  และ Reflex Lens แต่ที่ใช้กันมากที่สุด Reflex และ Mirror</p>
<p>2. เลนส์ REFLEX ของผู้ผลิตกล้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ Nikon 2000  มม. f/11 มีความยาว 2 ฟุต กว้างเกือบ 1 ฟุต น้ำหนัก 17.5  กิโลกรัม อีกรุ่นก็คือ Carl Zeiss 1000 มม. f/5.6  สำหรับ Contax มีขนาดเล็กกว่า Nikon  เล็กน้อย ทั้งคู่มีราคาขายเท่ากับรถเก๋ง 1  คัน</p>
<p>3.  แต่เลนส์รีเฟล็กที่มีขนาดใหญ่ทางยาวโฟกัสสูงจริงๆ แล้ว มักจะเป็นเลนส์ดูดาว  สามารถใช้กับกล้องถ่ายภาพได้โดยใช้อแดปเตอร์</p>
<p>4.  กล้องดิจิตอลทำให้การใช้เลนส์รีเฟล็กทำได้สะดวกขึ้นโดยเฉพาะกล้อง Konica Miniolta DYNAX 7D  ซึ่งมีระบบ Anti-Shake  เพื่อลดการสั่นไหวและปรับ ISO ได้ถึง  1600</p>
<p><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/untitled.bmp"><img class="alignleft size-full wp-image-4243" title="untitled" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/untitled.bmp" alt="untitled" width="540" height="328" /></a></p>
<p><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/untitlede.bmp"><img class="alignleft size-full wp-image-4244" title="untitlede" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/untitlede.bmp" alt="untitlede" width="560" height="397" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพการทำงานของเลนส์</p>
<p><strong>หมายเหตุ</strong><strong> บทความนี้คัดลอกมาจากนิตยสาร </strong><strong>FOTOINFO MAGAZINE No.3: มิถุนายน 2548</strong></p>
<p><strong>ภาพจาก</strong></p>
<p>http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2009/12/O8636321/O8636321.html</p>
<p>http://www.pricha.com/webboard/index.php?topic=714.0</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2011/reflex-lens-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>EOS 60D พรีวิว , ทดสอบ</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2011/eos-60d-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2011/eos-60d-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Jan 2011 08:28:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>digital2home</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[50D]]></category>
		<category><![CDATA[60d]]></category>
		<category><![CDATA[camera]]></category>
		<category><![CDATA[Canon]]></category>
		<category><![CDATA[dslr]]></category>
		<category><![CDATA[vdo]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[การถ่ายภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ถ่ายภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เปรียบเทียบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/?p=4190</guid>
		<description><![CDATA[กล้อง EOS “หลักสิบ” อย่าง 60D นั้นดูเผินๆน่าจะเป็นกล้องกึ่งโปร หรือเป็นกล้องที่โปรที่ไม่ต้องการน้ำหนักมากนำมาใช้งาน ออกมาแทน 50D ซึ่งถูก 550D ไล่หลังมาเรื่อยๆ และยังมีลูกเล่นที่ดึงมาจาก EOS 7D พร้อมกับการถ่าย VIDEO ระดับ HD ที่ Practical มากขึ้นเช่นกัน แต่ไปๆมาอาจจะไม่ใช่ โดยน่าจะวางตลาดเป็นมือสมัครเล่นที่ซีเรียสมากกว่า พักหลังๆ Canon มีการออกกล้องใหม่ออกมาโดยที่ไม่จำเป็นต้องมี feature ใหม่ดีกว่า feature เก่าเสมอไป เช่น กรณีความละเอียดของ G10 กับ G11 ทำให้ผู้ใช้งงกันเล็กน้อยครับ คราวนี้ก็เช่นกัน ปุ่ม Custom fn เหลือปุ่มเดียว, ไม่มีปุ่ม direct access WB, ถ่ายต่อเนื่องได้ความเร็วลดลง ,โครงสร้างเปลี่ยนไปใช้ polycarbonate plastic แต่ความแข็งแรงสูง แต่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่ถ่าย VDO แล้ว Practical ขึ้นแค่ไหนนั่นเอง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/Canon-EOS-60D.jpg"><img class="size-full wp-image-4191 aligncenter" title="Canon-EOS-60D" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/Canon-EOS-60D.jpg" alt="Canon-EOS-60D" width="600" height="456" /></a></p>
<p style="text-align: center;">มิติของ Canon EOS 60D ใหม่ เปิดตัวเมื่อ 26 &#8211; 8 -10  ที่ผ่านมา</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-side.jpg"><img class="size-full wp-image-4192 aligncenter" title="EOS60D-side" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-side.jpg" alt="EOS60D-side" width="520" height="451" /></a></p>
<p style="text-align: center;">มุมเฉียงของ EOS 60D ดูๆแล้วไม่ค่อยเหมือน Canon  อย่างคุ้นเคย</p>
<p>กล้อง EOS “หลักสิบ” อย่าง 60D นั้นดูเผินๆน่าจะเป็นกล้องกึ่งโปร  หรือเป็นกล้องที่โปรที่ไม่ต้องการน้ำหนักมากนำมาใช้งาน ออกมาแทน 50D ซึ่งถูก 550D  ไล่หลังมาเรื่อยๆ และยังมีลูกเล่นที่ดึงมาจาก EOS 7D พร้อมกับการถ่าย VIDEO ระดับ  HD ที่ Practical มากขึ้นเช่นกัน แต่ไปๆมาอาจจะไม่ใช่  โดยน่าจะวางตลาดเป็นมือสมัครเล่นที่ซีเรียสมากกว่า พักหลังๆ Canon  มีการออกกล้องใหม่ออกมาโดยที่<em>ไม่จำเป็นต้องมี feature ใหม่ดีกว่า feature  เก่าเสมอไป </em>เช่นกรณีความละเอียดของ G10 กับ G11 ทำให้ผู้ใช้งงกันเล็กน้อยครับ  คราวนี้ก็เช่นกัน ปุ่ม Custom fn เหลือปุ่มเดียว, ไม่มีปุ่ม direct access WB,  ถ่ายต่อเนื่องได้ความเร็วลดลง ,โครงสร้างเปลี่ยนไปใช้ polycarbonate plastic  แต่ความแข็งแรงสูง แต่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่ถ่าย VDO แล้ว Practical  ขึ้นแค่ไหนนั่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/canon-60d2.jpg"><img class="size-full wp-image-4193 aligncenter" title="canon-60d2" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/canon-60d2.jpg" alt="canon-60d2" width="450" height="287" /></a></p>
<p><strong>EOS 60D </strong><strong>กับสเป็คหลักๆ</strong><strong> </strong><strong> </strong></p>
<p><em>ความละเอียด </em><em>18MP CMOS sensor ขนาด APS-C</em> เท่ากับ EOS 7D และคุณภาพภาพดีมาก<br />
<em>ความไวแสง ISO 100-3200 , 6400 ขยายได้ถึง 12,80</em>0 และมีโหมด Adjustable Auto ISO limit ดีกว่า 7D<br />
<em>ถ่ายต่อเนื่อง 5.3 รูปต่อวินาที</em> (ช้าลงกว่า 50D )<br />
<em>ระบบวีดีโอ 1080p HD video p30/25/24 และ Crop 640×480 ได้</em> recording สามารถปรับ manual controls ได้<br />
<em>ใช้ memory card SD / SDHC / SDXC storage ซึ่ง support ถึง 2TB !</em> (เลิกใช้ CF )<br />
<em>In-camera raw development</em><br />
<em>โหมดการถ่ายรูป พร้อม ‘Ambience Selection’ </em>(Standard, Vivid, Soft, Warm, Intense, Cool, Brighter, Darker and Monochrome)<br />
<em>In-camera Creative Filters </em>( ใส่ special effects ได้ )<br />
<em>จอ LCD พับได้ ! ขนาด 3.0 นิ้ว โดยมีอัตราส่วน 3:2 ความละเอียดสูงถึง 1,040,000 จุด</em> ( สูงกว่า EOS 7D )<br />
<em>ชิปประมวลผลยังเป็น DIGIC 4 </em>เหมือน 50D แต่ไม่หรูเท่า Dual DIGIC 4 แบบ 7D<br />
<em>60D ใช้แบ็ตใหม่ LP-E6 Lithium-Ion เช่นเดียวกับ 5D Mark II และ 7D เก็บไฟได้มากว่า 50D 40% </em></p>
<p><strong>เปรียบเทียบ </strong><strong>EOS 60D กับ EOS 550D และ EOS 7D</strong></p>
<p>ลักษณะของ EOS 60D นั้นถ้าดูเลย์เอาท์ด้านหลังจะไม่คล้ายใครแบบเป๊ะๆเลยในตระกูล EOS รุ่นปัจจุบัน อาจเนื่องจากจอภาพฟลิปได้ซึ่งมีประโยชน์ในการถ่าย VDO ที่มุมแปลกๆอย่างมาก และยังสามารถแอบถ่ายได้ได้เหยื่อไม่ตื่นกลัวเหมือน “กล้องป๊อกแป๊กทั่วไป” ที่เค้ามีกันตั้งนานแล้ว</p>
<p><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-fr1.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-4194" title="EOS60D-fr1" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-fr1.jpg" alt="EOS60D-fr1" width="540" height="148" /></a></p>
<p><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-back.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-4195" title="EOS60D-back" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-back.jpg" alt="EOS60D-back" width="540" height="144" /></a></p>
<h2>EOS 60D มีการปรับ Position ของ Product ใหม่ถ้าเทียบกับ EOS 50D ตัวเดิม</h2>
<p>Canon พยายามทำให้ EOS 60D ลงมาอยู่ตรงกลาง จึงทำให้ Look ของกล้องดูต่างจาก EOS  50D ที่อาจคล้ายรุ่น EOS 7D มากกว่า , EOS 60D นั้นมีขนาดเล็กกว่า EOS 50D  และมีรูปร่างโค้งมนมากกว่า  ส่วนหนึ่งเพราะว่าจอแบบพับได้ทำให้ไม่สามารถดันจอไปจนสุดขอบและมีการปรับเลย์เอาท์ด้านหลัง  นอกจากนั้นยังเลิกใช้ Body โลหะ ! (ทำให้เบาขึ้น 8%) ซึ่งถ้าผู้ที่ใช้ 50D  เก่าอยากจะเปลี่ยนรุ่นคงมีการลังเล (อาจมีเคือง) และน่าจะย้ายไป 7D มากกว่า  ในขณะที่ผู้ใช้ EOS 500D อาจพิจารณาเปลี่ยนเป็น EOS 60D ก็ได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนลักษณะนี้ผมชอบมากกว่าครับ  เพราะเป็นโรคไม่ชอบกล้องที่ดูโปรเกินไปและชอบเบาๆ</p>
<p><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-smallerthan50D.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-4196" title="EOS60D-smallerthan50D" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-smallerthan50D.jpg" alt="EOS60D-smallerthan50D" width="540" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-50D-back.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-4197" title="EOS60D-50D-back" src="http://www.digital2home.com/uploads/2011/01/EOS60D-50D-back.jpg" alt="EOS60D-50D-back" width="540" height="215" /></a></p>
<h2>เทียบสเป็ค EOS 60D กับ EOS 50D</h2>
<p><em>ความละเอียดสูงขึ้น (17.9MP vs. 15.1MP) <img src="http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif" alt=":)" /><br />
ใช้ SD  Card ยกเลิก CF <img src="http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif" alt=":)" /><br />
ไม่มี  flash sync socket แต่มีไร้สาย Wireless Speedlight control<br />
อัตราส่วนจอภาพ 3:2  high resolution LCD screen<br />
บอดี้เป็นพลาสติก เบาขึ้น 8%<br />
Standard ISO range  ขยายถึง 6400 ของเดิม 3200 และ User-definable Auto ISO upper limit<br />
HD video  recording 1080 p30/25/24 or 720p60/50 or crop 640 x 480 movie mode<br />
ของใหม่  in-camera raw conversion, ambience settings, creative filters มี JPEG options  มากขึ้น<br />
ไม่มี joystick, ไม่ support flash หลายตัว ด้านบนเรียบง่ายขึ้น,มี  Custom mode อันเดียว <img src="http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif" alt=":(" /><br />
ไม่มีปรับ  AF micro-adjust <img src="http://www.ipattt.com/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif" alt=":(" /><br />
Option  customize และปุ่มทั้งหมดมีน้อยลง<br />
ถ่ายต่อเนื่องได้ช้ากว่าเดิม</em></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/qzXYTUxcICs?hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/qzXYTUxcICs?hl=en&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>canon 60D + 18-55</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/1k29B8gkhdU?hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/1k29B8gkhdU?hl=en&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>canon 60D + 70-200 2.8L</p>
<p>ข้อมูลจาก  <a href="http://www.ipattt.com/2010/eos-60d/">http://www.ipattt.com/2010/eos-60d/</a><br />
vdo by boycanoneos.multiply.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2011/eos-60d-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขนาดพิกเซลสำคัญไฉน?</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2010/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2010/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Dec 2010 09:11:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>digital2home</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องผ่านภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[การถ่ายภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/?p=4159</guid>
		<description><![CDATA[ขนาดของพิกเซลสำคัญไฉน? นั่นนะสิ  ไปร้านกล้องส่วนใหญ่ก็บอกว่าพิกเซลกล้องเท่านั้น เท่านี้ บางที่ก็โฆษณาว่ากล้องเล็กๆอย่างนี้สามารถถ่ายได้ตั้ง 7 ล้านพิกเซล...โอโห ตั้ง 7 ล้านพิกเซล  แล้วที่พิกเซลมากๆเนี่ยมีไว้ทำอะไร]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.digital2home.com/uploads/2010/12/pixel.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-4160" title="pixel" src="http://www.digital2home.com/uploads/2010/12/pixel.jpg" alt="pixel" width="470" height="243" /></a></p>
<p align="center">ขนาดของพิกเซลสำคัญไฉน? นั่นนะสิ  ไปร้านกล้องส่วนใหญ่ก็บอกว่าพิกเซลกล้องเท่านั้น เท่านี้ บางที่ก็โฆษณาว่ากล้องเล็กๆอย่างนี้สามารถถ่ายได้ตั้ง 7 ล้านพิกเซล&#8230;โอโห ตั้ง 7 ล้านพิกเซล  แล้วที่พิกเซลมากๆเนี่ยมีไว้ทำอะไรอ่ะท่าน</p>
<p align="center">อธิบายง่ายๆละกัน ขนาดของพิกเซลยิ่งมากก็สามารถพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ๆได้ โดยไม่สูญเสียค่าความสมบูรณ์ของภาพไป โดยขนาดของพิกเซลและขนาดของรูปภาพมีความสัมพันธ์ดังนี้</p>
<p align="center">3 ล้านพิกเซล = 5 x 7 นิ้ว</p>
<p align="center">4 ล้านพิกเซล = 8 x 10 นิ้ว</p>
<p align="center">5 ล้านพิกเซล = 11 x 14 นิ้ว</p>
<p align="center">6 ล้านพิกเซล = 13 x 19 นิ้ว</p>
<p align="center">8 ล้านพิกเซล = 16 x 20 นิ้ว</p>
<p align="center">10-12 ล้านพิกเซล = 24 x 36 นิ้ว</p>
<p align="center">(แหล่งข้อมูล : Scott Kelby)</p>
<p align="center">ซึ่งเมื่อดูจากขนาดภาพแล้วทางผู้เขียนแนะนำที่ความละเอียด 5-6 ล้านพิกเซลก็เพียงต่อการใช้งานครับ  แต่ถ้าต้องการพิมพ์ภาพขนาดใหญ่มากๆก็สามารถทำได้ครับ   ทางร้านภาพจะมีโปรแกรมสำหรับพิมพ์ภาพให้มีขนาดใหญ่    แต่&#8230;&#8230;..ข้อดีของกล้องที่มีพิกเซลมากๆก็มีนะครับ  คือเมื่อต้องการ Crop ภาพ แล้วนำไปพิมพ์  ก็สามารถทำได้โดยคุณภาพไม่สูญเสียไปครับ</p>
<p>ที่มา : <a href="http://www.oknation.net/blog/anuchab/2007/07/17/entry-1">http://www.oknation.net/blog/anuchab/2007/07/17/entry-1</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2010/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>PAL</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2007/pal/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2007/pal/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Nov 1999 17:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/tips/2007/pal/</guid>
		<description><![CDATA[ระบบวีดีโอชนิด 625 เส้น 25เฟรม/วินาที ส่วนใหญ่ถูกใช้งานในทวีปยุโรป รวมทั้งในประเทศไทย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระบบวีดีโอชนิด 625 เส้น 25เฟรม/วินาที ส่วนใหญ่ถูกใช้งานในทวีปยุโรป รวมทั้งในประเทศไทย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2007/pal/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Brightness</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2007/brightness/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2007/brightness/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Nov 1999 17:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/tips/2007/brightness/</guid>
		<description><![CDATA[ความแตกต่างของความสว่างระหว่างส่วนที่สว่างที่สุดกับส่วนที่มืดที่สุดของวัตถุหรือภาพนั้น โดยมีช่วงของความกว้างจากค่าสีขาว จนถึงสีดำ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความแตกต่างของความสว่างระหว่างส่วนที่สว่างที่สุดกับส่วนที่มืดที่สุดของวัตถุหรือภาพนั้น โดยมีช่วงของความกว้างจากค่าสีขาว จนถึงสีดำ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2007/brightness/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bright line viewfinder</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2007/bright-line-viewfinder/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2007/bright-line-viewfinder/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Nov 1999 17:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/tips/2007/bright-line-viewfinder/</guid>
		<description><![CDATA[ช่องมองภาพที่แสดงพื้นที่ของบริเวณภาพอยู่ในกรอบเส้นสีขาวหรือสีเงินในช่องมองภาพแบบมองโดยตรงเช่น กล้องคอมแพคหรือกล้องเรนจ์ฟรายเดอร์ กรอบนี้จะแก้การเหลื่อมระหว่างช่องมองกับเลนส์ให้เห็นตรงกัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่องมองภาพที่แสดงพื้นที่ของบริเวณภาพอยู่ในกรอบเส้นสีขาวหรือสีเงินในช่องมองภาพแบบมองโดยตรงเช่น กล้องคอมแพคหรือกล้องเรนจ์ฟรายเดอร์ กรอบนี้จะแก้การเหลื่อมระหว่างช่องมองกับเลนส์ให้เห็นตรงกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2007/bright-line-viewfinder/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bounce flash</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2007/bounce-flash/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2007/bounce-flash/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Nov 1999 17:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/tips/2007/bounce-flash/</guid>
		<description><![CDATA[การใช้ไฟแฟลชแบบสะท้อนโดยให้แฟลชส่องไปยังจุดที่ต้องการให้สะท้อนแสง เช่น เพดานหรือผนังห้อง แสงแฟลชที่สะท้อนออกมาจะนุ่มกระจาย ช่วยลดคอนทราสท์ทำให้ได้ภาพที่มีความแตกต่างของแสงระหว่างส่วนสว่างและเงาน้อยลง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การใช้ไฟแฟลชแบบสะท้อนโดยให้แฟลชส่องไปยังจุดที่ต้องการให้สะท้อนแสง เช่น เพดานหรือผนังห้อง แสงแฟลชที่สะท้อนออกมาจะนุ่มกระจาย ช่วยลดคอนทราสท์ทำให้ได้ภาพที่มีความแตกต่างของแสงระหว่างส่วนสว่างและเงาน้อยลง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2007/bounce-flash/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bluetooth</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2007/bluetooth/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2007/bluetooth/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Nov 1999 17:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/tips/2007/bluetooth/</guid>
		<description><![CDATA[มาตรฐานของการส่งสัญญาณดิจิตอลด้วยคลื่นวิทยุแบบไร้สาย มีความเร็วในการส่งข้อมูล 1 เมกะบิต/วินาที ระยะการใช้ง่านขึ้นอยู่กับอุปกรณ์รับส่ง เช่น 10-100เมตร ปัจจุบันมีใช้กันในโทรศัพท์มือถือ และจำพวกคอมพิวเตอร์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มาตรฐานของการส่งสัญญาณดิจิตอลด้วยคลื่นวิทยุแบบไร้สาย มีความเร็วในการส่งข้อมูล 1 เมกะบิต/วินาที ระยะการใช้ง่านขึ้นอยู่กับอุปกรณ์รับส่ง เช่น 10-100เมตร ปัจจุบันมีใช้กันในโทรศัพท์มือถือ และจำพวกคอมพิวเตอร์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2007/bluetooth/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bitmap</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2007/bitmap/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2007/bitmap/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Nov 1999 17:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/tips/2007/bitmap/</guid>
		<description><![CDATA[รูปภาพบนจอที่เกิดจากการรวมตัวกันของBit โดยตัวเลขแต่ละตัวในรูปภาพจะตอบสนองต่อพิกเซลจุดหนึ่ง ๆ บนจอภาพ ภาพที่เกิดจากBit หรือเรียกอีกอย่างว่า Bit image นี้จะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ ภาพ ถ่ายดิจิตอลก็ตือภาพ Bitmap นั่นเอง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รูปภาพบนจอที่เกิดจากการรวมตัวกันของBit โดยตัวเลขแต่ละตัวในรูปภาพจะตอบสนองต่อพิกเซลจุดหนึ่ง ๆ บนจอภาพ ภาพที่เกิดจากBit หรือเรียกอีกอย่างว่า Bit image นี้จะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ ภาพ ถ่ายดิจิตอลก็ตือภาพ Bitmap นั่นเอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2007/bitmap/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bit depth</title>
		<link>http://www.digital2home.com/tips/2007/bit-depth/</link>
		<comments>http://www.digital2home.com/tips/2007/bit-depth/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Nov 1999 17:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์เทคนิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.digital2home.com/tips/2007/bit-depth/</guid>
		<description><![CDATA[ความลึกของสีหรือจำนวนสีที่ได้จากกล้องดิจิตอลหรืออุปกรณ์แปลงสัญญาณภาพดิจิตอลเช่น สแกนเนอร์ หากบันทึกได้ 8บิต/สี เมื่อรวมกับ 3สี (RGB) จะได้ 24บิต เท่ากับ 16.7 ล้านสี กล้องดิจิตอลหรือสแกนเนอร์บางรุ่นได้ความลึกของสีมากกว่านี้เช่น 36 หรือ 48บิต ทำให้เก็บรายละเอียดของเฉดสีได้ดีกว่า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความลึกของสีหรือจำนวนสีที่ได้จากกล้องดิจิตอลหรืออุปกรณ์แปลงสัญญาณภาพดิจิตอลเช่น สแกนเนอร์ หากบันทึกได้ 8บิต/สี เมื่อรวมกับ 3สี (RGB) จะได้ 24บิต เท่ากับ 16.7 ล้านสี กล้องดิจิตอลหรือสแกนเนอร์บางรุ่นได้ความลึกของสีมากกว่านี้เช่น 36 หรือ 48บิต ทำให้เก็บรายละเอียดของเฉดสีได้ดีกว่า</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.digital2home.com/tips/2007/bit-depth/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

