ฟ้าสวยตัดสะท้อนด้วย CPL Filter - Digital2home || ราคากล้อง,gopro7,mirrorless,Fuji ,Panasonic GF10,Sony, rode,Peakdesign

ฟ้าสวยตัดสะท้อนด้วย CPL Filter

ในช่วงนี้ ก็ใกล้จะถึงช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวกันแล้วนะครับ ซึ่งคิดว่าหลายคนก็คงรอคอยช่วงเวลานี้อยู่เหมือนกันอย่างแน่นอน ก็อย่างที่รู้ๆกันว่า ช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นต้นไปเป็นช่วงเหมาะกับการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะขึ้นเหนือไปรับอากาศเย็นๆ หรือลงใต้ไปเที่ยวทะเลใสๆฟ้าสวยๆ และถือว่าในช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาในการถ่ายรูปที่สวยที่สุดช่วงนึงอีกด้วย การไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ก็คงหนีไม่พ้นการถ่ายถาพวิวทิวทัศน์ ซึ่งในวันนี้ ผมมีอุปกรณ์ตัวนึงอยากจะแนะนำ คิดว่านักถ่ายภาพหรือคนที่ชอบถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ส่วนใหญ่จะต้องมีติดตัวกันอย่างแน่นอน นั่นคือ CPL ฟิลเตอร์หรือ Circular Polarizedครับ

ตัวอย่างการตัดแสงสะท้อน

สำหรับมือใหม่อาจยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร CPLก็คือฟิลเตอร์ชนิดนึงครับ หลายคนคงรู้จักฟิลเตอร์UVหรือฟิลเตอร์Protect ซึ่งเวลาเราซื้อเลนส์ พนักงานขายก็จะแนะนำให้เราใช้เพื่อป้องกันหน้าเลนส์ ก็จะมีหลายเกรดให้เลือกใช้กันตามความเหมาะสมกันเลนส์ที่เราใช้ซึ่งจะสวมไว้ที่หน้าเลนส์ตลอดเวลา ส่วน CPL ฟิลเตอร์นั้น หน้าที่หลักเลยก็คือ ตัดแสงสะท้อนของวัตถุต่างๆ ทำให้เราเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้น หรือตัดแสงสะท้อนจากผิวน้ำทำให้เห็นสีของน้ำทะเลจริงๆ และสามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ใต้น้ำได้ชัดเจนขึ้น ผลพลอยได้ที่นำมาใช้กันบ่อยๆก็คือตัดแสงฟุ้งและลดหมองควันในอากาศในอากาศ ทำให้ท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าเข้มขึ้นเมฆขาวเด่นชัด สีสันของวัตถุต่างๆก็เพิ่มความอิ่มขึ้นด้วย

สำหรับการถ่าย ภาพวิวทิวทัศน์ที่มีท้องฟ้าเป็นฉากหลัง ก็จะมีช่วงเวลานึงที่จะทำให้มุมกล้องของเราบันทึกภาพท้องฟ้าที่มีสีสันสวยงามเอาไว้ได้ เราเรียกว่า มุมโพลาไรซ์ ซึ่งมุมโพลาไรซ์ ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ มุมที่ไม่ย้อนแสงกับดวงอาทิตย์หรือไม่หันหน้าเข้าดวงอาทิตย์นั่นแหละครับ โดยพระอาทิตย์ทำมุม 30-40 องศาในท้องฟ้า กรณีพระอาทิตย์ตรงหัวหรือทำมุม90องศาจะได้ผลน้อย ถ้าตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เลยก็จะเข้มที่สุดในช่วงเวลานั้น ถ้าหันข้างให้ดวงอาทิตย์ฝั่งที่ทางดวงอาทิตย์ก็อาจจะเข้มน้อยกว่า ซึ่งจริงๆแล้ว เราก็สามารถสังเกตุได้ด้วยตาเปล่า ว่าตรงไหนเข้มตรงไหนไม่เข้ม ไม่ต้องกางนิ้วชี้ให้ตั้งฉากกับนิ้วโป้งอะไรให้ยุ่งยากก็ได้ครับ

 วิธีการใช้งาน เมื่อสวม CPL ฟิลเตอร์ กับหน้าเลนส์แล้ว หลังจากนั้นให้หมุนหน้าฟิลเตอร์ แล้วสังเกตุความเข้ม หรือปรับระดับความเข้มจนกว่าจะถึงจุดที่พอใจครับ (ไม่แนะนำให้ใส่ซ้อนกับฟิลเตอร์UVหรือฟิลเตอร์Protectเนื่องจากอาจทำให้คุณภาพลดลงและอาจติดขอบดำหากใช้กับเลนส์มุมกว้าง)

               ฟิลเตอร์ CPL จะกินแสงประมาณ1-2stop แล้วแต่เกรดและคุณภาพ ดังนั้นต้องระวังเรื่องสปีดชัตเตอร์จะลดลงด้วยนะครับ อาจช่วยได้บ้างนิดหน่อยหากใครต้องการลดแสงเวลาถ่ายภาพแทนNDครับ

นอกจากการถ่ายภาพให้ท้องฟ้าเข้มแล้ว ความสามารถหลักอีกอย่างของฟิลเตอร์ โพลาไรซ์ คือ ตัดแสงสะท้อนจากวัตถุ เช่น กระจก ผิวน้ำ หรือวัตถุต่างๆที่มีแสงตกกระทบ ทำให้เห็นรายละเอียดของวัตถุมากขึ้น มีประโยชน์อย่างเช่น ถ่ายสินค้าในตู้กระจก ถ่ายปลาในตู้ ถ่ายน้ำทะเล สังเกตุง่ายๆเลย เวลาเราไปถ่ายน้ำทะเลจะเห็นแสงสะท้อนผิวน้ำ ขาวโพลน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นอะไรใต้น้ำได้ หรือไม่เห็นสีของน้ำทะเลจริงๆ ซึ่งฟิลเตอร์ CPLนี้ก็สามารถตัดแสงเหล่านั่นออกไปได้ ทำให้ท้องฟ้าเข้มน้ำทะเลใส แค่เพียงหมุนๆแล้วสังเกตุการเปลี่ยนแปลง พอได้ระดับที่พอใจแล้วก็กดชัตเตอร์ก็ได้ภาพสวยๆสีสดใสแล้วครับ

ตัวอย่างการตัดแสงสะท้อน

สำหรับวิธีการเลือกซื้อCPL ควรเลือกซื้อตามความเหมาะสมของเลนส์และงบประมาณครับ เช่น เลนส์เกรดโปรคุณภาพสูง ก็ใช้ฟิลเตอร์คุณภาพสูง จะได้ไม่ไปลดประสิทธิภาพเลนส์มากนัก

            ถ้าจะแยกประเภทตามเกรดให้เห็นชัดเจน ก็แยกคร่าวๆได้ประมาณนี้ครับ

1. ฟิลเตอร์แบบราคาประหยัด ส่วนใหญ่จะเป็นกระจกธรรมดาไม่มีสารเคลือบ ซึ่งอาจมีการสะท้อนเยอะทำให้เสียแสง เวลาถ่ายในที่แสงจัดหรือย้อนแสงอาจมีแสงแฟลร์ แสงฟุ้ง ทำให้คณภาพภาพลดลง

2. ฟิลเตอร์เกรดปานกลาง เช่น รุ่น HoyaPro1 , Kenko Pro1 , Marumi DHG ซึ่งจะใช้วัสดุดีขึ้น มีการฉาบสารเคลือบหน้าเลนส์แบบหลายชั้น เพื่อลดการสะท้อนและการฟุ้งกระจายของแสง ทำให้มีการเสียแสงน้อยกว่า แต่อาจจะต้องระวังในการทำความสะอาด เพราะหากไม่ระวังอาจเกิดรอยขีดข่วนทำให้สารเครือบหลุดลอกออกไปได้ ในเรื่องราคาก็กลางๆเหมาะกันเลนส์ทั่วไปครับ

3.ฟิลเตอร์เกรดคุณภาพสูง ซึ่งจะเป็นตัวท็อปของแต่ละยี่ห้อ เช่น Hoya HD, Kenko zeta,Marumi exus ใช้วัสดุคุณภาพสูง มีการฉาบสารเคลือบหน้าเลนส์แบบหลายชั้น ลดการสะท้อนและการฟุ้งกระจายของแสง มีการเสียแสงน้อยกว่า(แสงผ่านได้เกือบ100%) มีการเพิ่มคุณสมบัติอื่นๆ เช่นเคลือบแข็งกันรอยขีดข่วน กันรอยนิ้วมือ กันน้ำ คราบมัน ทำความสะอาดง่าย อายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น ในเรื่องของราคาก็สูงขึ้นมานิดนึงแต่คุณภาพคุ้มกับราคาครับ

4.ฟิลเตอร์เกรดพรีเมี่ยม ยกตัวอย่างที่นิยมในบ้านเรา เช่น B+W ซึ่งก็มีหลายประเภทหลายเกรดเหมือนยี่ห้ออื่นๆ เป็นฟิลเตอร์ที่ได้รับการยอมรับจากช่างภาพมืออาชีพทั่วโลกในเรื่องคุณภาพ ซึ่งจะใช้วัสดุคุณภาพสูงในการผลิต เช่น ทองเหลือง และชิ้นกระจกคุณภาพสูง สารโคทเลนส์คุณภาพสูงทนทานต่อการขีดข่วน ในเกรดสูงๆแทบจะเรียกได้ว่าใส่แล้วคุณภาพที่ได้แทบไม่ต่างจากไม่ใส่ฟิลเตอร์เลยครับ เทียบเท่ากับชิ้นเลนส์ชิ้นนึงเลยทีเดียว ส่วนราคาก็ค่อนข้างสูงตามคุณภาพเลยครับ 

              หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาฟิลเตอร์CPLมาใช้งานนะครับ ยังไงก็ลองเลือกใช้กันดูตามความเหมาะสมครับ สำหรับเกรดของฟิลเตอร์ข้างต้นก็สามารถใช้ในการเลือกซื้อฟิลเตอร์ป้องกันหน้าเลนส์ได้เหมือนกันนะครับ หรือสามารถเข้าไปชมสินค้าได้ที่ http://www.digital2home.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

five × 1 =